• 최종편집 2021-12-07(화)

ภาษาไทย
Home >  ภาษาไทย

실시간뉴스
  • เมื่อผ่านไป 14 วันนับตั้งแต่การฉีดวัคซีนในประเทศ จะได้รับการยกเว้นการกักตัวเมื่อกลับเข้ามาใหม่หลังจากออกนอกประเทศ
    มีความสนใจมากขึ้น ว่าชาวต่างชาติที่กลับเข้ามาในเกาหลี หลังจากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังการฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับการยกเว้น การกักตัวหรือไม่   ได้รับการยกเว้นการกักตัวภายหลังการฉีดวัคซีน ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนหมายถึง บุคคลที่ได้รับวัคซีนผ่านไปแล้ว 14 วัน หลังจากเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 ของวัคซีนที่ต้องฉีด 2 ครั้ง หรือ 14 วันหลังจากได้รับวัคซีนที่ฉีดเพียงครั้งเดียว หากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกลับเข้ามาในประเทศเกาหลี อีกครั้ง เกณฑ์สำหรับการยกเว้นการกักตัวคือ เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์นับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น ณ วันที่เข้าประเทศหรือไม่   เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ดังนั้น หากฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 กันยายน และกลับไปเยือนบ้านเกิด หลังจากนั้นกลับเข้าเกาหลีอีกครั้งในวันที่ 16 กันยายน จะได้รับการยกเว้นการกักตัว อย่างไรก็ตาม หากเข้าประเทศก่อนวันที่ 15 จำเป็นต้องกักตัว   วิธีการพิสูจน์การฉีดวัคซีนทำได้อย่างไร? มี 3 วิธีในการพิสูจน์การฉีดวัคซีนของตนเอง ได้แก่ ▲ออนไลน์ ▲โทรศัพท์มือถือ▲และสติ๊กเกอร์บัตรประจำตัว *สำหรับวิธีการออนไลน์ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (https://nip.kdca.go.kr/irgd/civil.do?MnLv1=1)หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบ,ยืนยันตนเอง,หลังจากนั้นพิมพ์ ใบรับรองแบบกระดาษ   ‚วิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถทำได้โดยใช้แอปพลิเคชัน ‘COOV’ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ƒสำหรับวิธีการติดสติกเกอร์ที่บัตรประจำตัว สามารถไปที่ ตำบล.เขตการปกครอง.แขวง ศูนย์สวัสดิการบริหาร และรับสติกเกอร์รับรองการฉีดวัคซีนและสามารถออกใบรับรองแบบกระดาษได้ด้วย   ทำการทดสอบ PCR หรือไม่? ผู้ที่เข้าประเทศหลังจากเดินทางออกนอกประเทศจะต้องผ่านการทดสอบวินิจฉัยการขยายตัวของยีน (PCR) ทั้งหมด 3 ครั้ง แม้กระทั่งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในเกาหลี เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อที่ไม่มีอาการ จำนวนการตรวจ วินิจฉัยจึงเพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 3 ครั้ง   ดังนั้น ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีจะต้องผ่านการทดสอบ PCR ก่อนเข้าประเทศเกาหลี และส่งใบรับรองการทดสอบที่สนามบิน เมื่อเดินทางมาถึง และรับการทดสอบครั้งที่ 2 ที่ศูนย์สาธารณสุขในท้องถิ่น ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศ และจะต้องผ่านการทดสอบ ครั้งที่ 3 อีกครั้ง ในวันที่ 6 ~7 หลังจากเข้าประเทศแล้ว จำเป็นต้องรอที่บ้านจนกว่าจะได้รับการยืนยันผลเป็นลบ และแอพฯกักตัวที่ติดตั้ง ในตอนเข้าประเทศจะต้องถูกลบหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นลบโดยสมบูรณ์   แม้ว่าจะให้การยืนยัน PCR ผลเป็นลบ เมื่อเข้าประเทศ แต่อาจถูกเปลี่ยนแปลงเป็นบุคคลที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อในทันที หากการทดสอบ ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศและในวันที่ 6 ถึง 7 ผลเป็นบวก การตรวจสอบแบบธรรมดาได้รับการยืนยันผลเป็นลบ 3 ครั้ง การกักตัวจะถูก ยกเลิกหลังเวลา 12.00 น. ของวันถัดไป 14 วัน หลังจากวันที่เข้าประเทศ   ควอน จุนอุก หัวหน้าสถาบันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 27 ว่า "เพื่อความสะดวกของผู้เข้าเดินทางเข้าประเทศและเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหาร เกณฑ์การยกเว้นการกักตัวจะเปลี่ยนเป็นผู้ที่เข้าประเทศเกาหลี 2 สัปดาห์หลังจากการฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น จะช่วยเสริมการปิดกั้นการแพร่เชื้อในชุมชนที่เกิดจากผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการโดยการเพิ่มการทดสอบ PCR ในวันแรก หลังจากเข้าประเทศ เพื่อระบุผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น”  김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-09-02
  • “บุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติก็สามารถได้รับเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน”
    <자료 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6589 >   คยองกีโด กำลังรับสมัคร 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021' ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน' นั้น ได้นำเข้าโครงการนี้เพื่อบรรเทาภาระค่าโดยสารของเยาวชน อายุ 13-23 ปีในคยองกีโด ซึ่งมีความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ, เนื่องจากราคาค่าโดยสารในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2019 การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารในครั้งนี้ ประกอบด้วยรูปแบบการคืนเงินค่าโดยสารผ่านทางบัตรเงินสดท้องถิ่น ในวงเงินสูงสุด 60,000 วอน(120,000 วอนต่อปี)  ตามการใช้จ่ายจริงให้กับเยาวชนที่ใช้รถบัสคยองกี(ในเมือง/หมู่บ้าน) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีนี้ เส้นทางการจราจรที่เป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือ ได้แก่ รถโดยสารประจำทางในคยองกีโด (ปกติ, เมืองใหญ่, Mบัส, รอบเมืองคยองกี) และรถบัสในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงการใช้รถไฟฟ้า(รถไฟฟ้าใต้ดิน)และรถบัสอินชอน•โซล/อินชอน และการเปลี่ยนรถภายใน 30 นาทีก่อนและหลังการใช้รถบัสในเมือง•หมู่บ้านคยองกีโด (ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 21:00 น.จนถึง 7:00 น. ของวันถัดไป ) สามารถสมัครขอรับเงินช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม เพียงแค่ลงทะเบียนสมาชิก 'ทางโฮมเพจ การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในคยองกีโด (www.gbuspb.kr)' อันดับแรก ในการสมัครสมาชิกใหม่จะต้องลงทะเบียนใบรับรองสาธารณะเพื่อยืนยันการอาศัยอยู่ในจังหวัด หลังจากนั้นลงทะเบียน "หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น" เพื่อขอรับเงินคืน และ "หมายเลขบัตรโดยสาร" ที่ใช้งานอยู่                      สำหรับสมาชิกเดิมที่เข้าร่วมมานานกว่า 10 เดือน หลังจากล็อคอิน หากบัตรเงินสดท้องถิ่นของบัตรโดยสารไม่มีปัญหาอะไร สามารถสมัครใหม่ได้โดยการยืนยันที่อยู่ผ่านทางใบรับรองสาธารณะ เพียงแต่ในกรณีที่มีการใช้บัตรโดยสารใหม่อันเนื่องมาจากการสูญหาย และอื่นๆ เช่น การเพิ่มเติมข้อมูลในบัตรที่ลงทะเบียบ(บัตรโดยสาร) หรือการแก้ไข(บัตรเงินสดท้องถิ่น) สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมน้อยกว่า 10 เดือน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่อยู่ผ่านใบรับรองสาธารณะ  'หมายเลขบัตรโดยสาร'แบบสองระบบนั้น สามารถลงทะเบียนกับบัตรโดยสารแบบเติมเงิน (T-money, cashbee ฯลฯ) หรือสามารถลงทะเบียนบัตรโดยสารแบบรายเดือนภายใต้ชื่อตนเอง ไม่สามารถสมัครบัตรโดยสารแบบรายเดือนโดยใช้ชื่อของบุคคลอื่นหรือชื่อของพ่อแม่ได้ ต้องสมัคร 'หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น' โดยใช้ชื่อตนเอง,เด็กอายุ 13 ปีที่ไม่มีบัตรเงินสดท้องถิ่นหรือ เยาวชนที่มีปัญหาในการออกบัตรเงินสดท้องถิ่นเนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นชื่อของตนเอง สามารถสมัครได้โดยใช้หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่นของเจ้าบ้านหรือของพ่อแม่ คยองกีโดต้องการให้เยาวชนจำนวนมากได้รับผลประโยชน์ จึงได้ดำเนินการผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคยองกี ให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารโรงเรียนผ่านทางโทรศัพท์โดยมีเนื้อหาของวิธีการสมัครอยู่ในนั้น, และกำลังดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์โดยใช้ G-Bus TV, โฮมเพจของจังหวัด•เมือง•อำเภอ, บล็อก, SNS และติดป้ายประกาศบนถนนสายหลัก เป็นต้น การจ่ายค่าโดยสารสำหรับเยาวชนนั้นจะพิจารณาจากเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้าน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นบุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติหรือบุตรของคู่สมรสชาวต่างชาติ ที่ร้องขอให้บันทึกการลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้านแต่ละครัวเรือน ก็สามารถรับเงินได้  นอกเหนือจากการช่วยเหลือสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นสามารถตรวจสอบได้ที่โฮมเพจ การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด (www.gbuspb.kr), หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด คอลเซ็นเตอร์(1577-8459)
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-08-07
  • ผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม ,จะมองข้ามกันไปถึงเมื่อไหร่
    <사진 경기글로벌센터>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6582 >   จุดบอดด้านสวัสดิการสังคม จะเล่าถึงความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ลองพิจารณาดูอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาคนไร้บ้านชาวต่างชาติใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน เป็นต้น ในปี 2019 ที่ผ่านมา ป้าคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้านให้เช่าแก่ชาวต่างชาติใน แดซานดง จังหวัดบูชอน มาที่ศูนย์ของเราและขอร้องให้ช่วยเหลือ มีชาวต่างชาติที่อยู่บ้านคนเดียวและไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อไป ถ้าเขาเสียชีวิตจะทำอย่างไร จึงได้ไปขอความช่วยเหลือที่สำนักสวัสดิการและศูนย์ให้บริการประชาชนประจำหมู่บ้าน แต่ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบกล่าวว่า “น่าเสียดาย เพราะเป็นชาวต่างชาติจึงไม่มีทางช่วยได้” จากนั้นพวกเขาก็พิมพ์แผนที่ของศูนย์โกลบอลคยองกีให้ และบอกให้ลองไปที่นั่นดู  ดังนั้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากป้าเจ้าของบ้านเล่าตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ก็รีบเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุในทันที ในบ้านหลังนั้นมีนายยูนโม (ชาย,อายุ 62 ปี) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่อาศัยอยู่ตามลำพัง,เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองอุดตันจึงทำให้ขาไม่สามารถใช้งานได้  ศูนย์โกลบอล      คยองกีได้ระดมทุนฉุกเฉินในทันทีและมอบเงิน 1.27 ล้านวอนในรอบแรก หลังจากนั้นประมาณสามเดือน ก็ช่วยเหลือเงินอีก 570,000 วอน แต่เนื่องจากไม่สามารถที่จะช่วยเหลือต่อได้อีก จึงได้ติดต่อไปที่สำนักสวัสดิการและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศาลากลางจังหวัดรับรู้แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถให้ความสนใจได้อีก                                                                                         หลังจากนั้นประมาณเดือนมีนาคม ปี 2020 เขาโทรมาอีกครั้ง และพูดว่า"ช่วยด้วย" ซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง  แต่ว่าในขณะที่พูดถึงสถานการณ์ขององค์กรเรา ก่อนที่จะวางสายเราได้พูดขึ้นว่า "ได้โปรดขอความช่วยเหลือจากสถานที่อื่นที่แจ้งไปแล้ว" หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีก แต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาคนไร้ที่อยู่ชาวจีน ได้เห็นรูปแบบและการตอบสนองของหน่วยงานราชการ ทำให้นึกถึงเพื่อนร่วมชาติชาวจีนใน แดซานดง ในปี 2019  จึงได้โทรสอบถามกับป้าเจ้าของบ้านเช่าเพื่อสอบถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ทราบว่าเพื่อนร่วมชาติชาวจีน นายยูนโม ได้เสียชีวิตแล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา                                                        ในตอนนั้นผมรู้สึกช็อกเป็นอย่างมาก ราวกับว่าผมได้ฆ่าเขาให้ตายอย่างงั้น                                                                                            เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนที่ได้รับโทรศัพท์ ที่บอกว่า "ได้โปรดช่วยด้วย" หากในตอนนั้นได้ไปหาเขาและตรวจดูอาการของเขาอีกครั้งและดำเนินการบางอย่าง เขาคงไม่เสียชีวิตเร็วขนาดนี้  ผมได้แนะนำเขาให้กับศาลากลางจังหวัดและสำนักงานสวัสดิการสังคมท้องถิ่นไปแล้วจึงคิดว่า 'คงไม่น่าจะมีอะไร' แต่เมื่อผมได้ยินเรื่องราวจากป้าเจ้าของบ้านเช่าเล่าว่า "ทางองกรค์ได้นำอาหารและของกินอื่นๆไปให้อยู่หลายครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย คาดว่าเขาน่าจะอดตาย"   ถึงแม้จะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่ไร้ที่อยู่ ตามสถานีรถไฟใต้ดินก็ยังไม่สามารถหาที่ไปได้   ในที่สุดศูนย์โกลบอลคยองกี ได้แนะนำให้พวกเขาเหล่านั้น ได้รับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลท้องถิ่นในวันที่ 21 และในวันที่ 22 พวกเขาได้รับการตรวจ MRI และได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และสมัครระดับการพักฟื้นที่องค์กรประกันสุขภาพสาธารณะ เพื่อที่จะสามารถเข้าพักในสถานพักฟื้นได้ ในระหว่างการพิจารณาระดับของการพักฟื้น ยังได้ดำเนินกิจกรรมระดมทุนฉุกเฉินเพื่อครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ต้องออกเองสำหรับค่าเข้าพักในสถานที่พักฟื้นได้ ท้ายที่สุดแล้วผมต้องการถามว่าองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน แต่เรื่องทั้งหมดก็ได้รับการจัดการแบบเงียบๆ แต่ตอนนี้คิดว่าคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เริ่มด้วยการยื่นคำเรื่อง ร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการผ่านรายงานแห่งชาติ และมีการวางแผนที่จะรายงานไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงและจัดทำประชามติอย่างจริงจัง                                                                                                                          ครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรมกับจุดบอดของสวัสดิการสังคม มีหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หลังจากหย่าร้างกับสามีชาวเกาหลีเนื่องจากความผิดของฝ่ายสามี และอยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม หญิงผู้อพยพรายนี้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีน และอาศัยอยู่ตามลำพังหลังจากการหย่าร้าง แต่สุขภาพของเธอไม่ค่อยจะดีและไม่สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เธอไม่สามารถชำระค่าเช่าเดือนละ 400,000 วอนและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขั้นพื้นฐานได้ ด้วยร่างกายที่เจ็บป่วยทำให้เธอทำงานนอกเวลาได้เพียงแค่สองสามวันเพื่อหาเงิน แต่เงินที่ได้มาก็ไม่เพียงพอกับการจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สที่ค้างชำระรวมไปถึงค่าเช่ารายเดือนด้วย หญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสชาวจีนรายนี้ กำลังยอมแพ้เพราะต้องทนอยู่กับชีวิตแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมามาหลายปีแล้ว และมีความกังวลใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกถึงกรณีของแม่และลูกสาวสามคนในซงพากู และการเสียชีวิตของแม่และลูกชายผู้หลบหนีออกจากเมืองชาวเกาหลีเหนือ อันเนื่องมาจากการอดอาหาร ในกวานอักกู  เมื่อสอบถามเกี่ยวกับผู้ได้รับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐานที่ศูนย์ให้บริการประชาชนในท้องถิ่น และ 129 คอลเซ็นเตอร์ของกระทรวงสวัสดิการและอนามัย ซึ่งพวกเขากล่าวว่าไม่มีสิทธิ์ในการรับเงิน  การมีสิทธ์ในการรับเงินนั้น บุคคลนั้นจะต้องแปลงสัญชาติหรือมีลูกโดยกำเนิดจากการแต่งงานกับคนเกาหลีและกำลังอยู่ในระหว่างการเลี้ยงดูบุตร ผมได้ถามว่าหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรส ที่หย่าร้างด้วยเหตุผลที่คนเกาหลีเป็นฝ่ายผิด ควรได้รับสิทธิ์ในการรับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน แต่พวกเขายังคงพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนนกแก้วที่ และบอกว่าไม่มีข้อความระบุไว้ในคู่มือ และบอกให้ไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตของผู้อพยพเอง ความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ซงอินซอน ประธานโกลบอลเซ็นเตอร์คยองกีโด องค์กรนิติบุคคล / www.1412.co.kr / 010-2756-3229
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-08-07
  • คำแนะนำสำหรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่ต้องการหางานที่ดีกว่า,การผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1
      เมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายนถึงวันที่ 21เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา(บ.หุ้นส่วนจำกัด) พาพาย่า สตอรี่ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ สำนักข่าวหลากหลายวัฒนธรรมคยองกีโด ได้ดำเนินการคัดเลือกพนักงาน. พาพาย่าสตอรี่ได้มีการวางแผนให้บริการแพลตฟอร์มด้านข้อมูลทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมโดยให้บริการด้านภาษา ทั้งหมด 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, จีน เวียดนาม,รัสเซีย และไทย มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 61 คน คัดเลือกโดยผู้รับผิดชอบ ที่เหลือทั้งหมด 4 ภาษายกเว้นภาษาอังกฤษ ผู้สมัครแบ่งตามภาษาได้ดังนี้ ภาษาจีน37 คน, ภาษาเวียดนาม15คน, ภาษารัฐเซีย 7 คน และภาษาไทย2 คน.ในรอบการพิจารณาเอกสาร รอบที่ 1 มีคนตกรอบ 46 คน และเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ในรอบที่ 2 จำนวน 15 คน. และในที่สุด 4 คนก็ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย อยากจะกล่าวถึงประสบการณ์ในฐานะคณะกรรมการตัดสิน ในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้หางานชาวต่างชาติที่ต้องการหางานที่ดีกว่า   การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 นั้น จะเป็นด่านแรกที่ผู้หางานทุกคนในเกาหลี ต้องผ่านคือการพิจารณาว่าผู้หางานมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์ประเภทใด แน่นอนว่า ถ้าคุณเคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงคุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การสะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน และประวัติการศึกษาที่ตรงตามสายงาน งานที่พนักงานได้รับมอบหมายให้ทำที่ พาพาย่าสตอรี่คืองานแปลซึ่งถือเป็นงานหลัก รองลงมาก็คือ บริการให้คำปรึกษา,การดูแลกระทู้และการดูแลระบบสมาชิก เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ในด้านล่ามและการแปล จึงผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ได้โดยง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศบ้านเกิด แต่คุณจะไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ไปได้หากคุณไม่มีประวัติการศึกษาหรือทำงานในเกาหลี ตัวอย่างเช่น หลังจากจบการศึกษาระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยในประเทศบ้านเกิดหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสA ทำงานด้านล่ามและการแปลเป็นเวลาสองปีในบริษัทเกาหลี แต่ว่าไม่มีประวัติการทำงานในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ในกรณีของหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษาที่หลากหลายผ่านศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม เนื่องด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ทำงานด้านอาสาสมัครในชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากดังนั้นผู้สมัคร A ที่ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร แน่นอนว่าหากผู้สมัคร A มีประสบการณ์การทำงานอย่างโชกโชนในเกาหลี เธออาจจะผ่านการคัดเลือก แต่เธอไม่ได้ระบุประสบการณ์ในการทำงานอื่นๆลงไปเลย แต่ถึงแม้ว่าจะมากด้วยประสบการณ์ในชุมชนท้องถิ่น แต่ไม่มีวุฒิการศึกษาก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารไปได้ ผู้สมัคร B ถึงแม้เขาจะโอ้อวดว่ามีประสบการณ์ในเกาหลีในฐานะผู้สอนภาษาจีน,ผู้สอนภาษาเกาหลี,ล่ามนำเที่ยว, เข้าร่วมการให้คำปรึกษากลุ่มการจ้างงาน และอื่นๆแต่ไม่มีการระบุในใบประวัติส่วนบุคคลว่าเขาเรียนโรงเรียนอะไร และเรียนอะไร ผู้สมัครท่านนี้ควรระบุไว้ในหนังสือแนะนำตัว ว่าถึงแม้จะมีวุฒิการศึกษาแต่เพราะเหตุใดถึงไม่ได้ระบุลงในประวัติส่วนบุคคล หรือเพราะเหตุใดจึงไม่มีวุฒิการศึกษา สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครพึงระวังในการเขียนหนังสือแนะนำตัวและ ประวัติส่วนบุคคลคือ ไม่ควรพิมพ์ผิด ผู้สมัคร C ส่งใบประวัติส่วนบุคคลโดยสะกดจาก'ฮยอนแดคอนซอล' เป็น 'ฮยอนแดคอลซอน' ซึ่งทำให้กรรมการผู้ตัดสินมึนงงกันพักใหญ่เพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร เช่นกันกับผู้สมัคร D ที่ถึงแม้ว่าเค้าจะมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์อันดีเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกในรอบเอกสารไปได้ เนื่องจากมีการพิมพ์ผิดมากเกินไป ผู้สมัครรายนี้สะกดจาก'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติคยองกีโด' เป็น 'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติ คย็อกกีโด' และ 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนระหว่างประเทศ' เป็น 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนขั้นสูง' นอกจากนี้ในหนังสือแนะนำตนเอง ยังมีการพิมพ์ผิดอย่างต่อเนื่อง เช่น 'ไปเรียนต่อต่างประทอศ' (ไปเรียนต่อต่างประเทศ) 'แปลหนังเสือ' (แปลหนังสือ) 'สิ่งที่ฉันเราเขียน' (สิ่งที่พวกเราเขียน) และ 'ออกมามา' (ออกมา)เป็นต้น มีการพิมพ์ผิดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะงานที่ต้องทำการแปลเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการพิมพ์ผิดในลักษณะนี้ จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน ดังนั้น ชาวต่างชาติที่เขียนประวัติส่วนบุคคลและหนังสือแนะนำตนเอง จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบข้อผิดพลาดในเอกสารของตนผ่านทางครอบครัว หรือ ศูนย์สวัสดิการชาวต่างชาติ หรือศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ยกเว้นผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ในรอบที่ 1  ผู้สมัคร E มีประสบการณ์ในการทำงานเฉพาะในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในด้านล่ามหรืองานแปล หรือกิจกรรม ด้านสังคมท้องถิ่น แต่ก็ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารนั่นเพราะว่าเขาสอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับประถมม.ต้นและม.ปลายในเกาหลีทั้งหมด เนื่องจากกรรมการตัดสินทราบดีว่า การที่หญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรส สอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาในเกาหลีทั้งหมดนั้นยากเพียงใด เพียงแค่ผ่านการทดสอบความถนัดระดับประถม ม.ต้น และม.ปลาย ก็เห็นได้ถึงความพยายามและความจริงใจของบุคคลนั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทอื่นอาจไม่ได้ใช้มาตรฐานนี้ จริงอยู่ที่, ในกรณีของผู้สมัครชาวจีนอาจมีด้านที่ไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะมีทั้งประสบการณ์และวุฒิการศึกษา แต่ด้วยความที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก จึงมีบางกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ภาษาจีนนั้นสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง,ปริญญาโท.เอก ,มีประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่น และคะแนน TOEIC ในระดับสูง ฯลฯ เป็นต้น 김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • งาน
    2021-08-05
  • สตรีผู้อพยพจากการแต่งงานในคยองกีโด สนับสนุนผู้หญิงที่ดีขึ้นเพื่อเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้น
    <사진 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6501>   การสรรหากิจกรรมสำหรับ 'การดูแลสตรีคยองกี'   จังหวัดคยองกีกำลังสรรหานักเคลื่อนไหวในแต่ละสาขาของ 'การดูแลสตรีคยองกี' ภายในวันที่ 25 เพื่อขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในสังคมและเผยแพร่นโยบายและวัฒนธรรมความเท่าเทียมทางเพศ ศูนย์วิชั่นสตรีคยองกีวางแผนที่จะแบ่งการปกครองสตรีคยองกีออกเป็น 4 ด้าน (เครือข่าย)  ▲เครือข่ายสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง (นักเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยของสตรี) ▲เครือข่ายนักเคลื่อนไหวหญิง (กลุ่มรากหญ้าเล็กๆ ในจังหวัด สมาชิกในชุมชนหมู่บ้าน) ▲เครือข่ายแพลตฟอร์มหญิง (กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้หญิง สมาชิกแพลตฟอร์มเริ่มต้น) ▲ 2030 Network (คนหนุ่มสาวอายุ 20-30 ปี) เป็นต้น นักเคลื่อนไหวที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อปรับปรุงการรับรู้เรื่องเพศสภาพและศักยภาพของนโยบาย นอกจากนี้ พวกเขายังดำเนินกิจกรรมและข้อเสนอแนะในการค้นพบนโยบายโดยใช้การติดตามและสำรวจ ตลอดจนบทบาทการสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหาร สภา และผู้อยู่อาศัย และได้รับเงินช่วยเหลือเล็กน้อยตามกิจกรรมของพวกเขา วิธีการคัดเลือกตามสาขาขึ้นอยู่กับเครือข่ายสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง ในกรณีนี้ การคัดเลือกจะทำโดยไม่มีกระบวนการคัดกรองแยกตามคำแนะนำตามเมืองและเขต สำหรับ 3 สาขาที่เหลือ พลเมืองที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละกลุ่มจะได้รับใบสมัคร และการคัดเลือกขั้นสุดท้ายจะทำผ่านการตรวจเอกสาร จำนวนผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 200 คน โดยแต่ละสาขามีประมาณ 50 คน ระยะเวลารับสมัครทั้ง 3 สาขาที่จะคัดเลือกผ่านการคัดกรองเอกสาร ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของ Gyeonggi Women's Vision Center (https://www.gg.go.kr/woman) และส่งไปยังบุคคลที่รับผิดชอบทางอีเมลหรือสมัครทางออนไลน์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อศูนย์วิสัยทัศน์สตรีคยองกี (031-808-8013) การศึกษาลักษณะนิสัยสำหรับผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครอง จังหวัดคยองกีจะดำเนินการศึกษาลักษณะนิสัย 'พ่อแม่ที่แท้จริงคยองกี-โด' สำหรับผู้ปกครองและผู้ปกครองที่คาดหวังในจังหวัดจนถึงเดือนกันยายน การศึกษานี้ซึ่งจัดโดยศูนย์ดูแลเด็กตอนเหนือของคยองกีโดจะจัดขึ้นที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก 18 แห่งในฮวาซอง และซีฮึงในจังหวัดผ่านแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโอที่เรียกว่าซูม(zoom)  อย่างไรก็ตาม ศูนย์รับเลี้ยงเด็กบางแห่งยังมีการศึกษาแบบตัวต่อตัว การศึกษาคือ หน้าที่ของพ่อแม่▲ ความเข้าใจของเด็ก (อุปนิสัยและความผูกพัน)▲ ประกอบด้วยการบรรยายทั้งหมด 3 ครั้ง รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก (การแนะแนวพฤติกรรมปัญหา) ระยะเวลาการฝึกอบรมต่อการบรรยายประมาณ 120 นาที การบรรยายที่เริ่มในเดือน พฤษภาคม ของปีนี้จะเริ่มในครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมหลังจากครึ่งแรก (นักเรียน 223 คนเสร็จสมบูรณ์) ผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครองของทารกและเด็กวัยหัดเดินที่ต้องการสมัครเพื่อการศึกษาสามารถสมัครได้หลังจากตรวจสอบตารางการศึกษาที่ศูนย์ดูแลเด็ก 18 แห่งที่กำหนดเป้าหมายเพื่อการศึกษา ในขณะเดียวกัน หลักสูตรคุณสมบัติการศึกษาลักษณะนิสัยของผู้ปกครองที่แท้จริงในคยองกีโดเป็นโครงการใหม่ที่ได้รับเลือกในการประกวดแนวคิดการศึกษาอุปนิสัยสำหรับทารก (ข้อเสนอนโยบาย)
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2021-07-19
  • “ใช้ระบบวีซ่าใหม่เพื่อประกันแรงงานต่างชาติที่ยอดเยี่ยม”
    <사진 기획재정부> <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6487>   รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะลดอุปสรรคในการเข้าประเทศ เช่น การออกวีซ่า เพื่อให้ผู้มีความสามารถจากต่างประเทศที่ยอดเยี่ยมสามารถตั้งรกรากในเกาหลีและมีส่วนร่วมในสาขาเฉพาะทาง นอกจากนี้ เป้าหมายของการ์ดการเรียนรู้แห่งชาติในวันพรุ่งนี้จะขยายออกไปเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถพัฒนาความสามารถในการทำงานเมื่อจำเป็น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม  Hong Nam-ki ได้รับตำแหน่งรัฐบาลเป็นประธานรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์และการเงินที่ศูนย์ราชการกรุงโซล 'ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และ ทิศทางการตอบสนอง' และ 'มาตรการใช้แรงงานต่างด้าวในยุคที่ประชากรลดลง' หารือและประกาศมาตรการรับมืออย่างเข้มข้น รัฐบาลคาดการณ์ว่าความเสี่ยงด้านประชากรหลัก 3 ประการจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ ได้แก่ การลดลงของจำนวนประชากร การสูญพันธุ์ในภูมิภาค และสังคมสูงวัยที่กำลังใกล้เข้ามา ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงหลัก 3 ประการจึงคาดว่าจะทำให้เกิดความตกใจครั้งใหญ่โดยทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของเกาหลี โดยเน้นถึงความสำคัญของการตอบสนองแบบเอารัดเอาเปรียบ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประการแรกรัฐบาลกลัวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะซบเซาเนื่องจากศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีอ่อนแอลงเมื่อ ประชากรวัยทำงานลดลง และสิ่งนี้ทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจัดหาแรงงาน ดังนั้นจึงมีการตัดสินใจที่จะขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้สูงอายุในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดอุปสรรคในการเข้าประเทศเพื่อให้กำลังคนต่างชาติที่ดีเยี่ยมสามารถไหลเข้าสู่เกาหลีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทบทวนการขยายเวลาเรียนชั้นประถมศึกษาเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานของตนที่โรงเรียนได้นานเท่าที่ต้องการ และขยาย 'บริการครบวงจรสำหรับการดูแลตลอดวัน' เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเลือกและ ใช้บริการดูแลที่พวกเขาต้องการที่บ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลครอบครัวที่มีเด็กประถมโดยการปรับปรุงบริการดูแลที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับชั่วโมงเรียนปกติที่สั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปกครอง โดยจะพิจารณาขยายชั่วโมงการศึกษาด้วย เช่น การเสริมทักษะทางวิชาการขั้นพื้นฐาน ศิลปะการแสดง และกิจกรรมกีฬาหลังเลิกเรียน และการเล่นฟรี ขยายระบบวีซ่าแรงงานต่างด้าว เพื่อกระตุ้นการไหลเข้าของพรสวรรค์จากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีเพื่อตอบสนองต่อการลดลงของกำลังแรงงาน การออกวีซ่าที่อยู่อาศัย (F-2) สำหรับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะขยายออกและวีซ่าทำงานระยะไกลสำหรับความสามารถต่างประเทศที่มีไอที และ จะมีการขยายเทคโนโลยีไฮเทคที่ตรงตามข้อกำหนดบางประการ จึงตัดสินใจอนุญาตให้พำนักระยะยาวในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการตัดสินใจที่จะแนะนำวิธีการเชิงลบสำหรับการออกวีซ่าทำงานในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดี เป็นการขยายระยะเวลาการออกวีซ่าโดยเปลี่ยนจากวิธีการกำหนดผู้ได้รับอนุญาตให้ออกวีซ่า (วิธีบวก) เป็นวิธีการออกวีซ่าสำหรับวีซ่าทุกประเภทหากไม่ได้รับการยกเว้น (วิธีเชิงลบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานต่างด้าวที่ทำงานมาเป็นเวลานานในบริษัทในประเทศที่มีวีซ่าการจ้างงานที่ไม่ใช่อาชีพ (E-9) และวีซ่าเยี่ยมเยียน (H-2) มีสิทธิ์ได้รับการพำนักระยะยาวหากพวกเขามีรายได้ต่อปีและมีความสามารถทางเทคนิค . มีการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็น '-4)' คาดว่าจะง่ายขึ้นมากสำหรับแรงงานต่างชาติที่ไม่ใช่มืออาชีพในการเปลี่ยนวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีทักษะ รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะส่งเสริมโครงการนำร่องวีซ่าเฉพาะภูมิภาคเพื่อเสริมกำลังแรงงานของรัฐบาลท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการลดลงของจำนวนประชากรในท้องถิ่น
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-07-19

실시간 ภาษาไทย 기사

  • เบี้ยประกันสุขภาพที่ชำระโดยผู้อาศัยชาวต่างชาติ ช่วยเหลือการประกันสุขภาพของเกาหลี
    แม้ว่าการขาดดุลประกันสุขภาพของเกาหลีจะสูงถึง 900 พันล้านวอน ในปีที่แล้ว แต่การเกินดุลของประกันสุขภาพที่จ่ายโดยชาวต่างชาติ นั้นสูงถึง 6 แสนล้านวอน ซึ่งชดเชยการขาดดุลโดยรวม ส.ส.โก ผู้กล่าวนำเสนอประเด็นสำคัญในหัวข้อนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตพหุวัฒนธรรม กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ มีบางคนอ้างว่าชาวต่างชาติ โกงการประกันสุขภาพ แต่ก็ไม่เป็นความจริง มีอคติและความเข้าใจผิดมากมาย และเราต้องการแก้ไขให้ถูกต้อง”และเผยว่า “เมื่อปีที่แล้ว การ ขาดดุลประกันสุขภาพของเกาหลีสูงถึง 900 พันล้านวอน แต่การเกินดุลการประกันสุขภาพที่จ่ายโดยผู้อาศัยชาวต่างชาติคือ 6 แสนล้านวอน ในท้ายที่สุดการขาดดุลทั้งหมดลดลงเหลือ 300 พันล้านวอน” ส่วนเกินดุลประกันสุขภาพชาวต่างชาติจาก 247.8 พันล้านวอนในปี 2017 ยังคงเพิ่มขึ้นเป็น 225.1 พันล้านวอนในปี 2018, เพิ่มขึ้น 365.1 พันล้านวอนในปี 2019 และ 571.5 พันล้านวอนในปี 2020 ในทางกลับกัน การขาดดุลประกันสุขภาพของเกาหลี ซึ่งสูงถึง 924.6 พันล้านวอนในปี 2020 ลดลงมาอยู่ที่ 353.1 พันล้านวอน อันเนื่องมาจากการเกินดุลประกันสุขภาพที่ชาวต่างชาติจ่ายไป 571.5 พันล้านวอน เบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายโดยผู้อาศัยชาวต่างชาติกำลังสนับสนุน ประกันสุขภาพของเกาหลี ความไม่เท่าเทียมกันในหมู่สมาชิกประกันสุขภาพสำหรับชาวต่างชาตินั้นรุนแรงกว่า ดังนั้นเฉพาะคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ลงทะเบียนเป็นผู้อยู่ในความอุปการะ ครอบครัวที่เหลือจะต้องได้รับคุณสมบัติการเป็นสมาชิกระดับภูมิภาคแยกต่างหาก ส.ส.โก ยองอิน กล่าวว่า “เมื่อเทียบกับการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพของผู้อาศัยชาวต่างชาติ พวกเขาได้รับน้อยกว่ามากจากการรักษา” และชี้ว่า “สังคมของเราควรลดอคติต่อผู้อาศัยชาวต่างชาติและมีการรับรู้ที่ถูกต้อง” นักข่าว ซง ฮาซอง
    • ภาษาไทย
    • สวัสดิการ
    2021-12-07
  • บังคับให้กักตัวเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม สำหรับผู้เดินทางขาเข้าทั้งคนในประเทศและต่างประเทศทั้งหมด
    เนื่องจากไวรัสโอไมครอนแพร่กระจายไปทั่วโลกและมีผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในเกาหลี รัฐบาลจึงได้สั่งให้กักตัวเป็นเวลา 10 วัน สำหรับผู้เดินทางขาเข้าทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม การกักตนหมายถึงการกักตัวเองในบ้านของท่านเอง ในกรณีนี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานกักกันและหลังจากติดตั้ง แอปบนสมาร์ทโฟนแล้ว จะต้องรายงานสถานะสุขภาพไปยังศูนย์สาธารณสุขวันละ 2 ครั้ง ชาวต่างชาติที่พำนักในระยะสั้นและไม่มีที่พักของตนเอง จะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 10 วัน ในสถานที่อยู่อาศัยชั่วคราวที่รัฐบาลจัดให้ รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะกักตัวผู้ที่เดินทางขาเข้าที่มาจากต่างประเทศทั้งหมดรวมทั้งชาวเกาหลี เป็นเวลาสิบวันในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อป้องกันการหลั่งไหลเข้ามาของการกลายพันธุ์ของโอไมครอน ตามมาตรฐานนี้ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 16 ธันวาคม ชาวเกาหลีและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวจะต้องผ่านการทดสอบ การขยายยีน(PCR) ทั้งหมด 3 ครั้ง ระหว่างการกักตัว, ก่อนเข้าประเทศ ในวันแรก และก่อนปล่อยตัวจากการกักตัว ในระหว่างนั้น ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีสามารถหลีกเลี่ยงการกักตัวได้ หากพวกเขาได้รับการยกเว้นการกักกันจากสถานกงสุล เกาหลี ฯลฯ แต่ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นในอนาคต เมื่อใช้มาตรฐานการออกใบรับรองอย่างเคร่งครัด มีการตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ออกหนังสือยกเว้นการกักกัน เว้นแต่นักธุรกิจระดับผู้บริหารที่ ทำสัญญาสำคัญ, กรณีที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงปฏิบัติราชการ หรือประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานศพ แม้หลังจากได้รับจดหมายยกเว้นการกักกันแล้ว ระยะเวลาพำนักในเกาหลีก็จำกัดอยู่ที่ 7 วัน ผู้ที่ฉีดวัคซีนจะต้องกักตัวเองเป็นเวลา 10 วันโดยไม่มีข้อยกเว้น ในขณะเดียวกัน ทั่วโลกมีการจำกัดการเข้าประเทศจากต่างประเทศอีกครั้งหรือบังคับการกักตัว การกลายพันธุ์ของโอไมครอนทำให้โลก หดตัวอีกครั้ง นักข่าว ซง ฮาซอง
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-12-06
  • ไม่อนุญาตให้ใช้คำสั่งทางปกครองเพื่อตรวจวินิจฉัยโควิดที่แยกเฉพาะแรงงานต่างชาติเท่านั้น!
      องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นซึ่งบังคับเฉพาะแรงงานชาวต่างชาติให้เข้ารับการตรวจคัดกรองและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด19 ได้เพิกถอน คำสั่งทางปกครองหรือเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติและชาวเกาหลี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเกาหลี ประกาศเมื่อวันที่ 30 ว่าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น 17 แห่ง ทั่วประเทศ ตอบสนองต่อ ข้อเสนอแนะเพื่อหยุดคำสั่งทางปกครองที่เลือกปฏิบัติต่อแรงงานชาวต่างชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเกาหลี ตัดสินว่าเป็นมาตรการเลือกปฏิบัติต่อชาวต่างชาติในการแยกและจำแนกแรงงาน ชาวต่างชาติ และบังคับให้พวกเขาเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโควิด ดังนั้น ในวันที่ 22 มีนาคม ปี 2021 หัวหน้าสำนักงานมาตรการรับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยกลางและหัวหน้ารัฐบาลระดับภูมิภาค จึงได้รับคำแนะนำให้ระงับคำสั่งทางปกครองและดำเนินการตามนโยบายกักกันที่ไม่เลือกปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ในขณะนั้น คำสั่งทางปกครองถูกวิพากษ์วิจารณ์จากแรงงานต่างด้าว กลุ่มพลเมืองที่เกี่ยวข้อง และสถานทูตของแต่ละประเทศว่าเป็น มาตรการเลือกปฏิบัติต่อชาวต่างชาติ เมื่อตระหนักถึงความร้ายแรงและความเร่งด่วนของสถานการณ์นี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจึง ได้ทบทวนว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมาตรการปรับปรุงนโยบายสำหรับทั้งที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้วและการดำเนินการตามแผนหรือไม่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า “มาตรการที่แยกและจำแนกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจทำให้บางกลุ่มไม่เข้าร่วมใน กระบวนการกักกันอย่างจริงจัง” และเผยว่า “ขอแนะนำให้เปลี่ยนนโยบายกักกันการเลือกปฏิบัติ โดยพิจารณาว่ามีความเสี่ยงที่จะคุกคาม ความปลอดภัยของชุมชนทั้งหมดโดยไม่บรรลุวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของ ‘การป้องกัน’ เช่น การแพร่กระจายความเกลียดชังและการเลือกปฏิบัติ ต่อชาวต่างชาติ” เพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่ออกคำสั่งทางปกครอง △ เพิกถอนหรือ ระงับคำสั่งทางปกครองสำหรับการตรวจวินิจฉัยโควิด19 ของแรงงานชาวต่างชาติ หรือ △ เปลี่ยนคำสั่งทางปกครองที่ได้รับคำสั่งให้ ตรวจวินิจฉัยและกำหนดมาตรการลงโทษในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม ให้เป็นมาตรการให้คำปรึกษา△ ได้เปลี่ยนคำสั่งทางปกครองสำหรับ ‘แรงงานชาวต่างชาติ’ เท่านั้น เป็น ‘ชาวต่างชาติและชาวเกาหลีที่ทำงานในสถานที่เดียวกัน’ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน กองบัญชาการมาตรการรับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยส่วนกลาง ยังไม่ตอบสนองต่อแผนการดำเนินงาน นักข่าว อี จีอึน
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-12-03
  • สงครามเกาหลีที่ยังไม่จบ, คราวนี้ เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ สหรัฐฯ จีนจะบรรลุข้อตกลงและจะยุติลง?
      มีรายงานว่า ซอฮุน หัวหน้าสำนักงานความมั่นคงของชองวาแด(ทำเนียบประธานาธิปดีเกาหลีใต้)จะเยือนจีนในวันที่ 2 ธันวาคม เพื่อหารือ เกี่ยวกับการประกาศยุติสงครามเกาหลี ทั้งนี้เพื่อเร่งการหารือระหว่างเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ อเมริกา และจีน เพื่อประกาศยุติสงคราม ก่อนโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ระหว่างการเยือนจีน หัวหน้า ซอฮุน คาดว่าจะเข้าพบกับ นายหยาง เจี๋ยฉือ สมาชิกโปลิตบูโร แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้ช่วยใกล้ชิด ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นการมีส่วนร่วมของจีนในการประกาศยุติสงครามเกาหลี เมื่อประธานาธิบดีมุน แจอิน เสนอการประกาศยุติสงครามในสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UN)เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา เขายังกล่าวถึงการมีส่วนร่วมของจีนอีกด้วย ในขณะนั้น ประธานาธิบดีมุนกล่าวว่า “ได้เสนอให้ เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ และสหรัฐฯ 3 ประเทศ หรือเกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ สหรัฐฯ จีน       4 ประเทศ รวมตัวกันเพื่อประกาศการสิ้นสุดของสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี” ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกล่าวเมื่อวานนี้ว่า “จีนก็เต็มใจที่จะเข้าร่วมอย่างแน่นอน” คาดว่าหัวหน้าซอ จะอธิบายให้จีนทราบถึง รายละเอียดเกี่ยวกับการประกาศยุติสงครามที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้หารือและขอความช่วยเหลือ เพื่อกระตุ้นการตอบสนองจาก เกาหลีเหนือ การประกาศยุติสงครามมีความหมายในการยุติสงครามเกาหลีและยุติความสัมพันธ์ที่เป็นปรปักษ์ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ สงครามเกาหลีซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ปี 1950 และได้ยุติลงเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ปี 1953 เมื่อสหรัฐอเมริกา เกาหลีเหนือ และจีนลงนามในข้อตกลงสงบศึก ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี ซึงมัน ในขณะนั้นคัดค้านข้อตกลงสงบศึกและไม่ได้ลงนาม ด้วยเหตุนี้ สงครามจึงไม่สิ้นสุดบนคาบสมุทรเกาหลีมานานกว่า 60 ปี ว่ากันว่าทางการทูตของเกาหลีและสหรัฐอเมริกา ได้มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการอภิปรายเกี่ยวกับข้อความประกาศสิ้นสุดสงครามแล้ว เนื้อหาสำคัญของการประกาศยุติสงครามคาดว่าจะเป็น ‘การสิ้นสุดความสัมพันธ์ที่เป็นศัตรูระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา’ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาจะเตรียมข้อความสำหรับคำประกาศสิ้นสุดสงคราม แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าเกาหลีเหนือ จะตอบโต้หรือไม่ คำขอของเกาหลีใต้สำหรับการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันจากประเทศจีนก็เพื่อชักชวน ให้จีนเข้าร่วมในการประกาศสิ้นสุด สงครามเช่นกัน มีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการสิ้นสุดของการประกาศสงคราม แม้ว่าความสัมพันธ์ที่เป็นปรปักษ์จะสิ้นสุดลงในแง่ของการใช้ถ้อยคำ แต่ก็คาดการณ์ว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในมุมมองของธรรมชาติของเกาหลีเหนือ ซึ่งได้ดำเนินการอย่างไม่คาดคิดหลายอย่าง ถึงอย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีมุนแจอิน ก็ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับความหมายเชิงสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดสงครามบนคาบสมุทร เกาหลีโดยสมบูรณ์ นักข่าว อี จีอึน
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2021-12-02
  • ตามหลักการรักษาที่บ้านสำหรับผู้ติดเชื้อ... นอกจากนี้ยังมีการกำหนดการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
      เนื่องจากการแพร่กระจายของโควิด19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระยะแรกของการฟื้นฟูชีวิตประจำวันอย่างเป็นขั้นตอนจะขยายออกไปอีก 4 สัปดาห์ และระบบการตอบสนองทางการแพทย์ของโควิด19 จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็น ‘การรักษาที่บ้านเป็นหลัก’ ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน ทั้งหมดจะรักษาตัวอยู่ที่บ้านก่อนในเบื้องต้น ยกเว้นในกรณีพิเศษ ในอนาคต ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันจากโควิดจะได้รับการรักษาที่บ้าน แทนที่จะไปโรงพยาบาลหรือศูนย์บำบัดการใช้ชีวิต นอกจากนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงหลังจากได้รับการยืนยันการติดเชื้อแล้ว ตัดสินใจที่จะใช้ระบบการรักษาโควิด19 อย่างจริงจังตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การรักษาที่บ้านใช้ได้กับผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 70 ปี ซึ่งไม่มีอาการหรืออาการไม่รุนแรงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต่อไปในอนาคตผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด19 ทั้งหมดจะต้องได้รับการรักษาที่บ้าน ยกเว้นในกรณีพิเศษที่ไม่สามารถ รักษาที่บ้านได้เท่านั้น ถึงจะเข้ารับการรักษาในสถาบันการแพทย์ ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันจะอยู่ที่บ้านและรับการตรวจสุขภาพและคำแนะนำทางการแพทย์จากโรงพยาบาลพันธมิตรที่กำหนดโดยองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงตัดสินใจจัดตั้งศูนย์การรักษาระยะสั้นและศูนย์ผู้ป่วยนอก และกำหนดสถาบันการแพทย์เคลื่อนย้ายล่วงหน้า ในกรณีที่มีอาการเปลี่ยนไประหว่างการรักษาที่บ้านหรือหากจำเป็นต้องรักษาที่บ้าน ในกรณีที่มีความผิดปกติในร่างกาย ผู้ที่รักษาตัวที่บ้านจะเรียกแท็กซี่กักกัน ฯลฯ และไปที่ศูนย์การรักษาผู้ป่วยนอกระยะสั้น เพื่อพบกับ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รัฐบาลกำลังทบทวนแนวทางการช่วเหลือค่าครองชีพเพิ่มเติม โดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการรักษาที่บ้าน อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ไม่มีผู้ปกครองจะได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยใน เหมือนเช่นในตอนนี้ นอกจากนี้ จะตอบสนองอย่างแข็งขันต่อมาตรการทางการแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นในระหว่างการรักษาที่บ้าน นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดการฉีดรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และข้อตกลงในการซื้อล่วงหน้าสำหรับการรักษาโควิดจำนวน 92,000 โดส จะได้รับการยืนยันภายในต้นเดือนธันวาคม ดังนั้นระยะเวลาในการนำเข้าจะเร่งให้เร็วที่สุด    นักข่าว อี จีอึน
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-12-01
  • ระดับความเสี่ยงโควิดทั่วประเทศ ‘สูงมาก’... การฟื้นฟูชีวิตประจำวันระยะที่ 2 ถูกเลื่อนไป
      เมื่ออยู่ร่วมกันกับโควิดเริ่มต้น จำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในเกาหลีไม่ได้ลดลง แต่เมื่อเกิดการกลายพันธุ์ของโอไมครอน รัฐบาลเกาหลี ได้จัดประชุมตรวจสอบการกักกันโดยมีประธานาธิบดีเป็นประธาน ระดับความเสี่ยงจากโควิดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ ‘สูงมาก’ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประเทศ และแผนการที่จะก้าวไปสู่ระยะที่ 2 ของการฟื้นฟูชีวิต ประจำวันอย่างเป็นขั้นตอนก็ถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน สาเหตุของความล่าช้าคืออัตราการใช้หอผู้ป่วยหนักทั่วประเทศเกิน 70% เนื่องจากการขาดแคลนเตียง ซึ่งขยายจากเขตปริมณฑลไปยัง นอกเมือง จำนวนผู้ป่วยอาการหนัก 629 ราย รักษาไว้ที่ 600 ราย เป็นเวลา 4 วัน และจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเสียชีวิต สะสมเพิ่มขึ้นจาก 0.78% ในเดือนที่แล้ว เป็น 0.81% ในวันที่ 28 ประธานาธิบดีมุน แจอิน ได้ตัดสินใจเลื่อนการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระยะที่ 2 ของการฟื้นฟูชีวิตประจำวัน และใช้มาตรการกักกันพิเศษเป็นเวลา  4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีกล่าวว่าจะไม่หยุดการฟื้นฟูชีวิตประจำวัน แทนที่การฉีดวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนให้สูงขึ้น จะกำหนดระยะเวลาที่มีประสิทธิภาพของบัตรผ่านการกักกันอยู่ที่ 6 เดือน และเป้าหมายของการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมได้ขยายเพิ่มให้กว้างขึ้นไปยังผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป   ดำเนินมาตรการกักกันพิเศษ 4 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม บัตรผ่านการกักกันในปัจจุบันมีอายุเพียง 6 เดือน นับจากวันที่ออกบัตร นั่นคือวันที่เสร็จสิ้นการฉีดวัคซีน ระยะเวลาที่ใช้ได้ถูกกำหนดโดยการเพิ่มอีก 1 เดือน เพื่อให้ตรงกับวันที่ฉีดวัคซีนจนถึงช่วงการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมที่แนะนำคือ 5 เดือน ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ แม้แต่ในสถานที่ที่มีบัตรผ่านวัคซีนภายในโรงภาพยนตร์ที่เข้าได้เฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนเสร็จแล้ว และสถาน สงเคราะห์ผู้สูงวัย เช่น ศูนย์ผู้สูงอายุและศูนย์สวัสดิการผู้สูงอายุ จะสามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่เสร็จสิ้นการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมเท่านั้น การฉีดวัคซีนกระตุ้นซึ่งเน้นที่ผู้สูงอายุและผู้ที่ได้รับวัคซีนแจนส์เซนเป็นหลัก และจะขยายไปสู่ผู้ใหญ่ทุกคน รวมผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 49 ปี และช่วงการฉีดวัคซีนคือ 5 เดือนหลังจากเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม สามารถเลือกวันที่ฉีดวัคซีนได้จากเว็บไซต์การจองล่วงหน้า และสามารถฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 4 หากมีวัคซีนเหลืออยู่ในสถาบันทางการแพทย์ที่ท่านไปเยือน ท่านสามารถรับวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม ผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปีจะได้รับการฉีดวัคซีนเสริมให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ และผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนกระตุ้นจะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การจ้างงานพิเศษในโครงการจ้างงานของภาครัฐ และส่วนลดสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและวัฒนธรรม   หน่วยงานกักกันกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถระบุการติดเชื้อโดยใช้การทดสอบ PCR และวิธีการวิเคราะห์จีโนมในประเทศเกาหลี สำหรับการกลายพันธุ์ของโอไมครอน นักข่าว ซง ฮาซอง
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-12-01
  • ‘โอไมครอน’ ระบาดหนักกว่าเดลต้า...ภาวะฉุกเฉินทั่วโลก
    ประเทศหลักๆ เร่งรีบควบคุมการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาใต้และภูมิภาคใกล้เคียง ด้วยเหตุนี้ เกาหลีใต้จึงคาดว่าจะกำหนดข้อจำกัดการเดินทางและข้อจำกัดการเข้าประเทศสำหรับประเทศในแอฟริกา การวิจารณ์ถึง ความล้มเหลวของรัฐบาลเกาหลีใต้ในการควบคุมการเข้าประเทศเมื่อไวรัสโควิดเริ่มแพร่กระจายในอู่ฮั่น ประเทศจีน ในต้นปี 2020 ยังคงดำเนินต่อไป ปัจจุบัน สายพันธุ์ที่น่ากังวลมีอยู่ 5 สายพันธุ์ ได้แก่ อัลฟา, เบต้า, แกมมา, เดลต้า และโอไมครอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกลายพันธุ์ของโอไมครอนดูเหมือนจะมีทั้งการแพร่เชื้อสูงและหลีกเลี่ยงการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของวัคซีน ด้วยเหตุนี้จึงคาดการณ์ว่าวัคซีนโควิดที่มีอยู่จะไม่มีประสิทธิภาพ นักข่าว ซง ฮาซอง
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-11-29
  • ส่งเสริมการนำเข้าระบบจดทะเบียนการเกิดของ ‘บุตรของผู้ย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน’, สิ่งนี้จะรับรองสิทธิมนุษยชนได้หรือไม่?
    จะมีการผลักดันการนำเข้า ‘ระบบจดทะเบียนการเกิด’ สำหรับบุตรของชาวต่างชาติที่เกิดในเกาหลี และจะมีการให้หมายเลขประจำตัว ชั่วคราวแก่บุตรของชาวต่างชาติที่พำนักในเกาหลีโดยไม่มีใบอนุญาตมีการพำนัก ‘บุตรของผู้ย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน’ เป็นบุตรของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในเกาหลีโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ และเคยอยู่ในจุดบอด ในการรับประกันสิทธิ์ในการศึกษาและสิทธิมนุษยชน การรับประกันสิทธิในการเรียนรู้ก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน การสนับสนุนการรับเข้าเรียน,การย้ายโรงเรียน และการโอนย้ายในโรงเรียนมัธยมศึกษา ตอนปลายจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งโดยการเพิ่มเนื้อหาของ ‘การรับประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน’  ลงในแผนพื้นฐานสำหรับการรับเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย บริการที่อนุญาตให้ระบุตัวเด็กย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ผ่านหมายเลขประจำตัวชั่วคราวหรือบัตรประจำตัวนักเรียน และใบรับรองการการ เรียนจะถูกขยายออกไปด้วย รัฐบาลมีแผนจะแก้ไขกฎหมายบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมคนเข้าเมืองในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า หลังจากระงับภาระผูกพันในการแจ้ง นักข่าว ซง ฮาซอง
    • ภาษาไทย
    • การศึกษาของเด็ก
    2021-11-26
  • มีผู้ติดเชื้อโควิด19 รายใหม่ จำนวน 4,116 ราย ระดับความเสี่ยงสูงสุดอยู่ในเขตปริมณฑล
      ยอดผู้ติดเชื้อโควิด19 รายใหม่อยู่ที่ 4,116 ราย ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,000 ราย นอกจากนี้ ในการประเมินระดับความเสี่ยงรายสัปดาห์ของการติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ ใหม่ (COVID-19, โควิด19) ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พฤศจิกายน (วันที่ 14~20) ในเขตปริมณฑลอยู่ที่ ‘สูงมาก’ ซึ่งสูงที่สุดในห้าระดับ (ต่ำมาก-ต่ำ-ปานกลาง-สูง-สูงมาก) ปรากฏออกมา รัฐบาลกล่าวว่าสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นผู้ป่วยหนักและเสียชีวิต และความอิ่มตัวของการ ดำเนินงานของหอผู้ป่วยหนัก สำนักงานใหญ่มาตรการป้องกันการกักกันกลาง ประกาศผลการประเมินระดับความเสี่ยงรายสัปดาห์ สำหรับสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน พฤศจิกายน ผ่านการบรรยายสรุปตามปกติในวันที่ 22 จอง อึนคยอง ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(ผู้อำนวยการสำนักงาน ใหญ่มาตรการ ป้องกันการกักกันกลาง) กล่าวว่า “จากการประเมินระดับความเสี่ยงรายสัปดาห์ที่ครอบคลุม หลังจากดำเนินการประเมิน ระดับความเสี่ยงและการปรึกษาหารือกับคณะอนุกรรมการกักกันและการแพทย์ ได้จัดอันดับความเสี่ยง ผลปรากฏว่า ทั่วประเทศอยู่ที่ ‘สูง’, เขตปริมณฑลอยู่ที่ ‘สูงมาก’ และพื้นที่นอกเขตปริมณฑลอยู่ที่ ‘ปานกลาง’ ” ในการประเมินความเสี่ยงในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน การประเมินระดับความเสี่ยง ทั่วประเทศ คือ ‘ต่ำ’, เขตปริมณฑล อยู่ที่ ‘ปานกลาง’ และพื้นที่นอกเขตปริมณฑลอยู่ที่ ‘ต่ำมาก’ ภายใน 1 สัปดาห์ ระดับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมากถึงสองระดับ การเสื่อมสภาพของตัวบ่งชี้ที่สำคัญถือเป็นปัจจัยสำคัญในเรื่องนี้ อธิบดี จอง กล่าวว่า “อัตราการใช้เตียงเฉลี่ยของหอผู้ป่วยหนักอยู่ที่ 62.6% ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน และสภาพของเตียงเสื่อมลงอย่างรวดเร็วถึง 77% ในเขตปริมณฑล” และเผยว่า “อัตราการจัดการ ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันภายในเครือข่ายการกักกัน ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 35% ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อในชุมชน” นอกจากนี้ จำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตรายใหม่เพิ่มขึ้น จำนวนผู้ป่วยวิกฤตรายใหม่ต่อวันกำลังข้ามช่วง 500 คน ซึ่งเป็นขีดจำกัดที่รัฐบาล สามารถจัดการได้อย่างมีเสถียรภาพ จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น มากกว่า 20 รายต่อวัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อมีความกังวลเกี่ยวกับการล่มสลายของระบบการแพทย์ และเรียกร้องให้มีการเสริมสร้าง การเว้นระยะห่างทางสังคม ในทางกลับกันผู้ประกอบอาชีพอิสระซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นเนื่องจาก การอยู่ร่วมกันกับโควิด ยังคงยืนกรานที่จะ รักษาสถานการณ์ปัจจุบันไว้ ดังนั้นคำตัดสินของรัฐบาลจะถูกเพ่งเล็ง นักข่าว ซง ฮาซอง  
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-11-25
  • ผู้อาศัยชาวต่างชาติทุกท่าน, โปรดแสดงให้เห็นว่าท่านเพลิดเพลินกับอาหารเกาหลี
    กระทรวงการเกษตร อาหาร และกิจการชนบท(รัฐมนตรี คิม ฮยอนซู) และสำนักงานส่งเสริมอาหารเกาหลีจะจัดงาน ‘การประกวดวิดีโออาหาร เกาหลีสำหรับชาวต่างชาติ’ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายนถึง 18 ธันวาคม ปี 2021 เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อเผยแพร่อาหารเกาหลีไปยัง ต่างประเทศ การแข่งขันครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากปีที่แล้ว และมีการวางแผนการแข่งขันแบบไม่เผชิญหน้า โดยคำนึงถึงสถานการณ์โควิด19 การประกวดแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ ‘วิดีโอการทำอาหารโดยใช้กิมจิและซีอิ๊วขาว (ต่อไปนี้จะเรียกว่า คุ๊กบัง)’ และ ‘วิดีโอการกินอาหาร เกาหลีอย่างเพลิดเพลิน (ม็อกบัง)’ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่บ้านหรือต่างประเทศสามารถเข้าร่วมได้ ในกรณีของ คุ๊กบัง หัวข้อถูกขยายเป็น 2 ประเภทโดยเพิ่ม ① พร้อมกับ ‘กิมจิ’ การยื่นขอมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จาก UNESCO ในปีหน้า ② การทำอาหารโดยใช้ ‘ซีอิ๊วขาวของเกาหลี’ การประกวดครั้งนี้จะดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้าร่วมมากขึ้น โดยการเพิ่มขอบเขตการคัดเลือก, เงินรางวัล และระยะเวลาการเข้าร่วมให้มากขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมีแผนจะจัดตั้งเป็นตัวแทนกิจกรรมการส่งเสริมอาหารเกาหลีออนไลน์สำหรับชาวต่างชาติ ในปีนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตามในบัญชี SNS ของท่าน แบ่งออกเป็นกลุ่ม A หากมีมากกว่า 500 คน และกลุ่ม B หากมีจำนวนน้อยกว่า 500 คน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในวงกว้างโดยไม่คำนึงถึงจำนวนสมาชิก เงินรางวัลรวมคือ 134,000 ดอลลาร์ และรางวัลใหญ่สำหรับกลุ่ม A คือ 7,000 ดอลลาร์ สำหรับคุ๊กบัง และ 5,000 ดอลลาร์ สำหรับม็อกบัง และรางวัลใหญ่สำหรับกลุ่ม B คือ 5,000 ดอลลาร์ สำหรับคุ๊กบัง และ 3,000 ดอลลาร์ สำหรับม็อกบัง นอกจากนี้ ในแต่ละสนามจะคัดเลือกรางวัลชนะเลิศ 3 คน, รางวัลชมเชย 5 คน, ผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คน (กลุ่ม A 10 คน, กลุ่ม B 20 คน) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ชาวต่างชาติได้ท้าทายมากขึ้น สามารถสมัครเข้าร่วมได้บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการแข่งขัน (www.playkoreanfood.com) และสามารถอัปโหลดวิดีโอความยาว ไม่เกิน 30 นาที ตามหัวข้อบนเว็บไซต์ทางการของการแข่งขันและบน YouTube หรือ Instagram ในบัญชีของท่าน นักข่าว ซง ฮาซอง  
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-11-24
비밀번호 :