• 최종편집 2022-08-11(목)

ภาษาไทย
Home >  ภาษาไทย

실시간뉴스
  • เมื่อผ่านไป 14 วันนับตั้งแต่การฉีดวัคซีนในประเทศ จะได้รับการยกเว้นการกักตัวเมื่อกลับเข้ามาใหม่หลังจากออกนอกประเทศ
    มีความสนใจมากขึ้น ว่าชาวต่างชาติที่กลับเข้ามาในเกาหลี หลังจากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังการฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับการยกเว้น การกักตัวหรือไม่   ได้รับการยกเว้นการกักตัวภายหลังการฉีดวัคซีน ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนหมายถึง บุคคลที่ได้รับวัคซีนผ่านไปแล้ว 14 วัน หลังจากเสร็จสิ้นการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 ของวัคซีนที่ต้องฉีด 2 ครั้ง หรือ 14 วันหลังจากได้รับวัคซีนที่ฉีดเพียงครั้งเดียว หากไปเยือนประเทศบ้านเกิดหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกลับเข้ามาในประเทศเกาหลี อีกครั้ง เกณฑ์สำหรับการยกเว้นการกักตัวคือ เมื่อผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์นับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น ณ วันที่เข้าประเทศหรือไม่   เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ดังนั้น หากฉีดวัคซีนครบเข็มที่ 2 ในวันที่ 1 กันยายน และกลับไปเยือนบ้านเกิด หลังจากนั้นกลับเข้าเกาหลีอีกครั้งในวันที่ 16 กันยายน จะได้รับการยกเว้นการกักตัว อย่างไรก็ตาม หากเข้าประเทศก่อนวันที่ 15 จำเป็นต้องกักตัว   วิธีการพิสูจน์การฉีดวัคซีนทำได้อย่างไร? มี 3 วิธีในการพิสูจน์การฉีดวัคซีนของตนเอง ได้แก่ ▲ออนไลน์ ▲โทรศัพท์มือถือ▲และสติ๊กเกอร์บัตรประจำตัว *สำหรับวิธีการออนไลน์ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (https://nip.kdca.go.kr/irgd/civil.do?MnLv1=1)หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบ,ยืนยันตนเอง,หลังจากนั้นพิมพ์ ใบรับรองแบบกระดาษ   ‚วิธีการใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถทำได้โดยใช้แอปพลิเคชัน ‘COOV’ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี ƒสำหรับวิธีการติดสติกเกอร์ที่บัตรประจำตัว สามารถไปที่ ตำบล.เขตการปกครอง.แขวง ศูนย์สวัสดิการบริหาร และรับสติกเกอร์รับรองการฉีดวัคซีนและสามารถออกใบรับรองแบบกระดาษได้ด้วย   ทำการทดสอบ PCR หรือไม่? ผู้ที่เข้าประเทศหลังจากเดินทางออกนอกประเทศจะต้องผ่านการทดสอบวินิจฉัยการขยายตัวของยีน (PCR) ทั้งหมด 3 ครั้ง แม้กระทั่งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนในเกาหลี เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อที่ไม่มีอาการ จำนวนการตรวจ วินิจฉัยจึงเพิ่มขึ้นจาก 2 เป็น 3 ครั้ง   ดังนั้น ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีจะต้องผ่านการทดสอบ PCR ก่อนเข้าประเทศเกาหลี และส่งใบรับรองการทดสอบที่สนามบิน เมื่อเดินทางมาถึง และรับการทดสอบครั้งที่ 2 ที่ศูนย์สาธารณสุขในท้องถิ่น ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศ และจะต้องผ่านการทดสอบ ครั้งที่ 3 อีกครั้ง ในวันที่ 6 ~7 หลังจากเข้าประเทศแล้ว จำเป็นต้องรอที่บ้านจนกว่าจะได้รับการยืนยันผลเป็นลบ และแอพฯกักตัวที่ติดตั้ง ในตอนเข้าประเทศจะต้องถูกลบหลังจากได้รับการยืนยันผลเป็นลบโดยสมบูรณ์   แม้ว่าจะให้การยืนยัน PCR ผลเป็นลบ เมื่อเข้าประเทศ แต่อาจถูกเปลี่ยนแปลงเป็นบุคคลที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อในทันที หากการทดสอบ ภายใน 1 วันหลังจากเข้าประเทศและในวันที่ 6 ถึง 7 ผลเป็นบวก การตรวจสอบแบบธรรมดาได้รับการยืนยันผลเป็นลบ 3 ครั้ง การกักตัวจะถูก ยกเลิกหลังเวลา 12.00 น. ของวันถัดไป 14 วัน หลังจากวันที่เข้าประเทศ   ควอน จุนอุก หัวหน้าสถาบันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเมื่อวันที่ 27 ว่า "เพื่อความสะดวกของผู้เข้าเดินทางเข้าประเทศและเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหาร เกณฑ์การยกเว้นการกักตัวจะเปลี่ยนเป็นผู้ที่เข้าประเทศเกาหลี 2 สัปดาห์หลังจากการฉีดวัคซีนเสร็จสิ้น จะช่วยเสริมการปิดกั้นการแพร่เชื้อในชุมชนที่เกิดจากผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการโดยการเพิ่มการทดสอบ PCR ในวันแรก หลังจากเข้าประเทศ เพื่อระบุผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มต้น”  김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-09-02
  • “บุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติก็สามารถได้รับเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน”
    <자료 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6589 >   คยองกีโด กำลังรับสมัคร 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในช่วงครึ่งแรกของปี 2021' ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 'โครงการช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชน' นั้น ได้นำเข้าโครงการนี้เพื่อบรรเทาภาระค่าโดยสารของเยาวชน อายุ 13-23 ปีในคยองกีโด ซึ่งมีความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ, เนื่องจากราคาค่าโดยสารในจังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2019 การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารในครั้งนี้ ประกอบด้วยรูปแบบการคืนเงินค่าโดยสารผ่านทางบัตรเงินสดท้องถิ่น ในวงเงินสูงสุด 60,000 วอน(120,000 วอนต่อปี)  ตามการใช้จ่ายจริงให้กับเยาวชนที่ใช้รถบัสคยองกี(ในเมือง/หมู่บ้าน) ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีนี้ เส้นทางการจราจรที่เป็นเป้าหมายในการช่วยเหลือ ได้แก่ รถโดยสารประจำทางในคยองกีโด (ปกติ, เมืองใหญ่, Mบัส, รอบเมืองคยองกี) และรถบัสในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังช่วยเหลือครอบคลุมไปถึงการใช้รถไฟฟ้า(รถไฟฟ้าใต้ดิน)และรถบัสอินชอน•โซล/อินชอน และการเปลี่ยนรถภายใน 30 นาทีก่อนและหลังการใช้รถบัสในเมือง•หมู่บ้านคยองกีโด (ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 21:00 น.จนถึง 7:00 น. ของวันถัดไป ) สามารถสมัครขอรับเงินช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม เพียงแค่ลงทะเบียนสมาชิก 'ทางโฮมเพจ การช่วยเหลือเงินค่าโดยสารสำหรับเยาวชนในคยองกีโด (www.gbuspb.kr)' อันดับแรก ในการสมัครสมาชิกใหม่จะต้องลงทะเบียนใบรับรองสาธารณะเพื่อยืนยันการอาศัยอยู่ในจังหวัด หลังจากนั้นลงทะเบียน "หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น" เพื่อขอรับเงินคืน และ "หมายเลขบัตรโดยสาร" ที่ใช้งานอยู่                      สำหรับสมาชิกเดิมที่เข้าร่วมมานานกว่า 10 เดือน หลังจากล็อคอิน หากบัตรเงินสดท้องถิ่นของบัตรโดยสารไม่มีปัญหาอะไร สามารถสมัครใหม่ได้โดยการยืนยันที่อยู่ผ่านทางใบรับรองสาธารณะ เพียงแต่ในกรณีที่มีการใช้บัตรโดยสารใหม่อันเนื่องมาจากการสูญหาย และอื่นๆ เช่น การเพิ่มเติมข้อมูลในบัตรที่ลงทะเบียบ(บัตรโดยสาร) หรือการแก้ไข(บัตรเงินสดท้องถิ่น) สำหรับสมาชิกที่เข้าร่วมน้อยกว่า 10 เดือน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบที่อยู่ผ่านใบรับรองสาธารณะ  'หมายเลขบัตรโดยสาร'แบบสองระบบนั้น สามารถลงทะเบียนกับบัตรโดยสารแบบเติมเงิน (T-money, cashbee ฯลฯ) หรือสามารถลงทะเบียนบัตรโดยสารแบบรายเดือนภายใต้ชื่อตนเอง ไม่สามารถสมัครบัตรโดยสารแบบรายเดือนโดยใช้ชื่อของบุคคลอื่นหรือชื่อของพ่อแม่ได้ ต้องสมัคร 'หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่น' โดยใช้ชื่อตนเอง,เด็กอายุ 13 ปีที่ไม่มีบัตรเงินสดท้องถิ่นหรือ เยาวชนที่มีปัญหาในการออกบัตรเงินสดท้องถิ่นเนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นชื่อของตนเอง สามารถสมัครได้โดยใช้หมายเลขบัตรเงินสดท้องถิ่นของเจ้าบ้านหรือของพ่อแม่ คยองกีโดต้องการให้เยาวชนจำนวนมากได้รับผลประโยชน์ จึงได้ดำเนินการผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาคยองกี ให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารโรงเรียนผ่านทางโทรศัพท์โดยมีเนื้อหาของวิธีการสมัครอยู่ในนั้น, และกำลังดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์โดยใช้ G-Bus TV, โฮมเพจของจังหวัด•เมือง•อำเภอ, บล็อก, SNS และติดป้ายประกาศบนถนนสายหลัก เป็นต้น การจ่ายค่าโดยสารสำหรับเยาวชนนั้นจะพิจารณาจากเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้าน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นบุตรของผู้อาศัยชาวต่างชาติหรือบุตรของคู่สมรสชาวต่างชาติ ที่ร้องขอให้บันทึกการลงทะเบียนบัตรในทะเบียบบ้านแต่ละครัวเรือน ก็สามารถรับเงินได้  นอกเหนือจากการช่วยเหลือสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมนั้นสามารถตรวจสอบได้ที่โฮมเพจ การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด (www.gbuspb.kr), หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่การช่วยเหลือค่าโดยสารสำหรับเยาวชนคยองกีโด คอลเซ็นเตอร์(1577-8459)
    • ภาษาไทย
    • ข้อมูลการใช้ชีวิต
    2021-08-07
  • ผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม ,จะมองข้ามกันไปถึงเมื่อไหร่
    <사진 경기글로벌센터>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6582 >   จุดบอดด้านสวัสดิการสังคม จะเล่าถึงความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ลองพิจารณาดูอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาผู้อาศัยชาวต่างชาติที่อยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาคนไร้บ้านชาวต่างชาติใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน เป็นต้น ในปี 2019 ที่ผ่านมา ป้าคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของบ้านให้เช่าแก่ชาวต่างชาติใน แดซานดง จังหวัดบูชอน มาที่ศูนย์ของเราและขอร้องให้ช่วยเหลือ มีชาวต่างชาติที่อยู่บ้านคนเดียวและไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อไป ถ้าเขาเสียชีวิตจะทำอย่างไร จึงได้ไปขอความช่วยเหลือที่สำนักสวัสดิการและศูนย์ให้บริการประชาชนประจำหมู่บ้าน แต่ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบกล่าวว่า “น่าเสียดาย เพราะเป็นชาวต่างชาติจึงไม่มีทางช่วยได้” จากนั้นพวกเขาก็พิมพ์แผนที่ของศูนย์โกลบอลคยองกีให้ และบอกให้ลองไปที่นั่นดู  ดังนั้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องจากป้าเจ้าของบ้านเล่าตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว ก็รีบเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุในทันที ในบ้านหลังนั้นมีนายยูนโม (ชาย,อายุ 62 ปี) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่อาศัยอยู่ตามลำพัง,เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองอุดตันจึงทำให้ขาไม่สามารถใช้งานได้  ศูนย์โกลบอล      คยองกีได้ระดมทุนฉุกเฉินในทันทีและมอบเงิน 1.27 ล้านวอนในรอบแรก หลังจากนั้นประมาณสามเดือน ก็ช่วยเหลือเงินอีก 570,000 วอน แต่เนื่องจากไม่สามารถที่จะช่วยเหลือต่อได้อีก จึงได้ติดต่อไปที่สำนักสวัสดิการและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศาลากลางจังหวัดรับรู้แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถให้ความสนใจได้อีก                                                                                         หลังจากนั้นประมาณเดือนมีนาคม ปี 2020 เขาโทรมาอีกครั้ง และพูดว่า"ช่วยด้วย" ซ้ำไปมาอยู่หลายครั้ง  แต่ว่าในขณะที่พูดถึงสถานการณ์ขององค์กรเรา ก่อนที่จะวางสายเราได้พูดขึ้นว่า "ได้โปรดขอความช่วยเหลือจากสถานที่อื่นที่แจ้งไปแล้ว" หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีก แต่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาคนไร้ที่อยู่ชาวจีน ได้เห็นรูปแบบและการตอบสนองของหน่วยงานราชการ ทำให้นึกถึงเพื่อนร่วมชาติชาวจีนใน แดซานดง ในปี 2019  จึงได้โทรสอบถามกับป้าเจ้าของบ้านเช่าเพื่อสอบถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ทราบว่าเพื่อนร่วมชาติชาวจีน นายยูนโม ได้เสียชีวิตแล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา                                                        ในตอนนั้นผมรู้สึกช็อกเป็นอย่างมาก ราวกับว่าผมได้ฆ่าเขาให้ตายอย่างงั้น                                                                                            เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนที่ได้รับโทรศัพท์ ที่บอกว่า "ได้โปรดช่วยด้วย" หากในตอนนั้นได้ไปหาเขาและตรวจดูอาการของเขาอีกครั้งและดำเนินการบางอย่าง เขาคงไม่เสียชีวิตเร็วขนาดนี้  ผมได้แนะนำเขาให้กับศาลากลางจังหวัดและสำนักงานสวัสดิการสังคมท้องถิ่นไปแล้วจึงคิดว่า 'คงไม่น่าจะมีอะไร' แต่เมื่อผมได้ยินเรื่องราวจากป้าเจ้าของบ้านเช่าเล่าว่า "ทางองกรค์ได้นำอาหารและของกินอื่นๆไปให้อยู่หลายครั้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย คาดว่าเขาน่าจะอดตาย"   ถึงแม้จะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เพื่อนร่วมชาติชาวจีนที่ไร้ที่อยู่ ตามสถานีรถไฟใต้ดินก็ยังไม่สามารถหาที่ไปได้   ในที่สุดศูนย์โกลบอลคยองกี ได้แนะนำให้พวกเขาเหล่านั้น ได้รับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลท้องถิ่นในวันที่ 21 และในวันที่ 22 พวกเขาได้รับการตรวจ MRI และได้รับการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน และสมัครระดับการพักฟื้นที่องค์กรประกันสุขภาพสาธารณะ เพื่อที่จะสามารถเข้าพักในสถานพักฟื้นได้ ในระหว่างการพิจารณาระดับของการพักฟื้น ยังได้ดำเนินกิจกรรมระดมทุนฉุกเฉินเพื่อครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ต้องออกเองสำหรับค่าเข้าพักในสถานที่พักฟื้นได้ ท้ายที่สุดแล้วผมต้องการถามว่าองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน แต่เรื่องทั้งหมดก็ได้รับการจัดการแบบเงียบๆ แต่ตอนนี้คิดว่าคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เริ่มด้วยการยื่นคำเรื่อง ร้องเรียนต่อกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการผ่านรายงานแห่งชาติ และมีการวางแผนที่จะรายงานไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงและจัดทำประชามติอย่างจริงจัง                                                                                                                          ครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรมกับจุดบอดของสวัสดิการสังคม มีหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หลังจากหย่าร้างกับสามีชาวเกาหลีเนื่องจากความผิดของฝ่ายสามี และอยู่ในจุดบอดของสวัสดิการสังคม หญิงผู้อพยพรายนี้ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติชาวจีน และอาศัยอยู่ตามลำพังหลังจากการหย่าร้าง แต่สุขภาพของเธอไม่ค่อยจะดีและไม่สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เธอไม่สามารถชำระค่าเช่าเดือนละ 400,000 วอนและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขั้นพื้นฐานได้ ด้วยร่างกายที่เจ็บป่วยทำให้เธอทำงานนอกเวลาได้เพียงแค่สองสามวันเพื่อหาเงิน แต่เงินที่ได้มาก็ไม่เพียงพอกับการจ่ายค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สที่ค้างชำระรวมไปถึงค่าเช่ารายเดือนด้วย หญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรสชาวจีนรายนี้ กำลังยอมแพ้เพราะต้องทนอยู่กับชีวิตแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมามาหลายปีแล้ว และมีความกังวลใจเป็นอย่างมากเมื่อนึกถึงกรณีของแม่และลูกสาวสามคนในซงพากู และการเสียชีวิตของแม่และลูกชายผู้หลบหนีออกจากเมืองชาวเกาหลีเหนือ อันเนื่องมาจากการอดอาหาร ในกวานอักกู  เมื่อสอบถามเกี่ยวกับผู้ได้รับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐานที่ศูนย์ให้บริการประชาชนในท้องถิ่น และ 129 คอลเซ็นเตอร์ของกระทรวงสวัสดิการและอนามัย ซึ่งพวกเขากล่าวว่าไม่มีสิทธิ์ในการรับเงิน  การมีสิทธ์ในการรับเงินนั้น บุคคลนั้นจะต้องแปลงสัญชาติหรือมีลูกโดยกำเนิดจากการแต่งงานกับคนเกาหลีและกำลังอยู่ในระหว่างการเลี้ยงดูบุตร ผมได้ถามว่าหญิงอพยพย้ายถิ่นโดยการสมรส ที่หย่าร้างด้วยเหตุผลที่คนเกาหลีเป็นฝ่ายผิด ควรได้รับสิทธิ์ในการรับเงินค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน แต่พวกเขายังคงพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนนกแก้วที่ และบอกว่าไม่มีข้อความระบุไว้ในคู่มือ และบอกให้ไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูตของผู้อพยพเอง ความเป็นจริงที่น่าละอายในยุคที่มีผู้ย้ายถิ่น 2 ล้านคน ซงอินซอน ประธานโกลบอลเซ็นเตอร์คยองกีโด องค์กรนิติบุคคล / www.1412.co.kr / 010-2756-3229
    • ภาษาไทย
    • ฯลฯ
    2021-08-07
  • คำแนะนำสำหรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐานที่ต้องการหางานที่ดีกว่า,การผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1
      เมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายนถึงวันที่ 21เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา(บ.หุ้นส่วนจำกัด) พาพาย่า สตอรี่ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ สำนักข่าวหลากหลายวัฒนธรรมคยองกีโด ได้ดำเนินการคัดเลือกพนักงาน. พาพาย่าสตอรี่ได้มีการวางแผนให้บริการแพลตฟอร์มด้านข้อมูลทั้งหมดสำหรับชาวต่างชาติตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมโดยให้บริการด้านภาษา ทั้งหมด 5 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ, จีน เวียดนาม,รัสเซีย และไทย มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด 61 คน คัดเลือกโดยผู้รับผิดชอบ ที่เหลือทั้งหมด 4 ภาษายกเว้นภาษาอังกฤษ ผู้สมัครแบ่งตามภาษาได้ดังนี้ ภาษาจีน37 คน, ภาษาเวียดนาม15คน, ภาษารัฐเซีย 7 คน และภาษาไทย2 คน.ในรอบการพิจารณาเอกสาร รอบที่ 1 มีคนตกรอบ 46 คน และเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ในรอบที่ 2 จำนวน 15 คน. และในที่สุด 4 คนก็ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย อยากจะกล่าวถึงประสบการณ์ในฐานะคณะกรรมการตัดสิน ในขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานในครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้หางานชาวต่างชาติที่ต้องการหางานที่ดีกว่า   การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 การคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 นั้น จะเป็นด่านแรกที่ผู้หางานทุกคนในเกาหลี ต้องผ่านคือการพิจารณาว่าผู้หางานมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์ประเภทใด แน่นอนว่า ถ้าคุณเคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงและสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงคุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การสะสมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน และประวัติการศึกษาที่ตรงตามสายงาน งานที่พนักงานได้รับมอบหมายให้ทำที่ พาพาย่าสตอรี่คืองานแปลซึ่งถือเป็นงานหลัก รองลงมาก็คือ บริการให้คำปรึกษา,การดูแลกระทู้และการดูแลระบบสมาชิก เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่มากด้วยประสบการณ์ในด้านล่ามและการแปล จึงผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ได้โดยง่าย ถึงแม้ว่าคุณจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศบ้านเกิด แต่คุณจะไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ไปได้หากคุณไม่มีประวัติการศึกษาหรือทำงานในเกาหลี ตัวอย่างเช่น หลังจากจบการศึกษาระดับประถม ม.ต้น ม.ปลาย ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยในประเทศบ้านเกิดหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสA ทำงานด้านล่ามและการแปลเป็นเวลาสองปีในบริษัทเกาหลี แต่ว่าไม่มีประวัติการทำงานในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ในกรณีของหญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรสส่วนใหญ่ ได้รับการศึกษาที่หลากหลายผ่านศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม เนื่องด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ทำงานด้านอาสาสมัครในชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากดังนั้นผู้สมัคร A ที่ไม่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องจึงไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร แน่นอนว่าหากผู้สมัคร A มีประสบการณ์การทำงานอย่างโชกโชนในเกาหลี เธออาจจะผ่านการคัดเลือก แต่เธอไม่ได้ระบุประสบการณ์ในการทำงานอื่นๆลงไปเลย แต่ถึงแม้ว่าจะมากด้วยประสบการณ์ในชุมชนท้องถิ่น แต่ไม่มีวุฒิการศึกษาก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารไปได้ ผู้สมัคร B ถึงแม้เขาจะโอ้อวดว่ามีประสบการณ์ในเกาหลีในฐานะผู้สอนภาษาจีน,ผู้สอนภาษาเกาหลี,ล่ามนำเที่ยว, เข้าร่วมการให้คำปรึกษากลุ่มการจ้างงาน และอื่นๆแต่ไม่มีการระบุในใบประวัติส่วนบุคคลว่าเขาเรียนโรงเรียนอะไร และเรียนอะไร ผู้สมัครท่านนี้ควรระบุไว้ในหนังสือแนะนำตัว ว่าถึงแม้จะมีวุฒิการศึกษาแต่เพราะเหตุใดถึงไม่ได้ระบุลงในประวัติส่วนบุคคล หรือเพราะเหตุใดจึงไม่มีวุฒิการศึกษา สิ่งหนึ่งที่ผู้สมัครพึงระวังในการเขียนหนังสือแนะนำตัวและ ประวัติส่วนบุคคลคือ ไม่ควรพิมพ์ผิด ผู้สมัคร C ส่งใบประวัติส่วนบุคคลโดยสะกดจาก'ฮยอนแดคอนซอล' เป็น 'ฮยอนแดคอลซอน' ซึ่งทำให้กรรมการผู้ตัดสินมึนงงกันพักใหญ่เพราะไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร เช่นกันกับผู้สมัคร D ที่ถึงแม้ว่าเค้าจะมีวุฒิการศึกษาและประสบการณ์อันดีเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกในรอบเอกสารไปได้ เนื่องจากมีการพิมพ์ผิดมากเกินไป ผู้สมัครรายนี้สะกดจาก'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติคยองกีโด' เป็น 'ศูนย์ช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติ คย็อกกีโด' และ 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนระหว่างประเทศ' เป็น 'สมาคมคุณวุฒิพลเรือนขั้นสูง' นอกจากนี้ในหนังสือแนะนำตนเอง ยังมีการพิมพ์ผิดอย่างต่อเนื่อง เช่น 'ไปเรียนต่อต่างประทอศ' (ไปเรียนต่อต่างประเทศ) 'แปลหนังเสือ' (แปลหนังสือ) 'สิ่งที่ฉันเราเขียน' (สิ่งที่พวกเราเขียน) และ 'ออกมามา' (ออกมา)เป็นต้น มีการพิมพ์ผิดเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะงานที่ต้องทำการแปลเป็นส่วนใหญ่ ถ้ามีการพิมพ์ผิดในลักษณะนี้ จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน ดังนั้น ชาวต่างชาติที่เขียนประวัติส่วนบุคคลและหนังสือแนะนำตนเอง จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบข้อผิดพลาดในเอกสารของตนผ่านทางครอบครัว หรือ ศูนย์สวัสดิการชาวต่างชาติ หรือศูนย์ช่วยเหลือครอบครัวหลากหลายวัฒนธรรม ยกเว้นผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ในรอบที่ 1  ผู้สมัคร E มีประสบการณ์ในการทำงานเฉพาะในบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในด้านล่ามหรืองานแปล หรือกิจกรรม ด้านสังคมท้องถิ่น แต่ก็ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสารนั่นเพราะว่าเขาสอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับประถมม.ต้นและม.ปลายในเกาหลีทั้งหมด เนื่องจากกรรมการตัดสินทราบดีว่า การที่หญิงอพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรส สอบผ่านการสอบเทียบวุฒิการศึกษาในเกาหลีทั้งหมดนั้นยากเพียงใด เพียงแค่ผ่านการทดสอบความถนัดระดับประถม ม.ต้น และม.ปลาย ก็เห็นได้ถึงความพยายามและความจริงใจของบุคคลนั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทอื่นอาจไม่ได้ใช้มาตรฐานนี้ จริงอยู่ที่, ในกรณีของผู้สมัครชาวจีนอาจมีด้านที่ไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะมีทั้งประสบการณ์และวุฒิการศึกษา แต่ด้วยความที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก จึงมีบางกรณีที่ผู้สมัครไม่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบเอกสาร รอบที่ 1 ภาษาจีนนั้นสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง,ปริญญาโท.เอก ,มีประสบการณ์การทำงานที่โดดเด่น และคะแนน TOEIC ในระดับสูง ฯลฯ เป็นต้น 김은혜 기자
    • ภาษาไทย
    • งาน
    2021-08-05
  • สตรีผู้อพยพจากการแต่งงานในคยองกีโด สนับสนุนผู้หญิงที่ดีขึ้นเพื่อเป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้น
    <사진 경기도>   <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6501>   การสรรหากิจกรรมสำหรับ 'การดูแลสตรีคยองกี'   จังหวัดคยองกีกำลังสรรหานักเคลื่อนไหวในแต่ละสาขาของ 'การดูแลสตรีคยองกี' ภายในวันที่ 25 เพื่อขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในสังคมและเผยแพร่นโยบายและวัฒนธรรมความเท่าเทียมทางเพศ ศูนย์วิชั่นสตรีคยองกีวางแผนที่จะแบ่งการปกครองสตรีคยองกีออกเป็น 4 ด้าน (เครือข่าย)  ▲เครือข่ายสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง (นักเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยของสตรี) ▲เครือข่ายนักเคลื่อนไหวหญิง (กลุ่มรากหญ้าเล็กๆ ในจังหวัด สมาชิกในชุมชนหมู่บ้าน) ▲เครือข่ายแพลตฟอร์มหญิง (กิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้หญิง สมาชิกแพลตฟอร์มเริ่มต้น) ▲ 2030 Network (คนหนุ่มสาวอายุ 20-30 ปี) เป็นต้น นักเคลื่อนไหวที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อปรับปรุงการรับรู้เรื่องเพศสภาพและศักยภาพของนโยบาย นอกจากนี้ พวกเขายังดำเนินกิจกรรมและข้อเสนอแนะในการค้นพบนโยบายโดยใช้การติดตามและสำรวจ ตลอดจนบทบาทการสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหาร สภา และผู้อยู่อาศัย และได้รับเงินช่วยเหลือเล็กน้อยตามกิจกรรมของพวกเขา วิธีการคัดเลือกตามสาขาขึ้นอยู่กับเครือข่ายสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของผู้หญิง ในกรณีนี้ การคัดเลือกจะทำโดยไม่มีกระบวนการคัดกรองแยกตามคำแนะนำตามเมืองและเขต สำหรับ 3 สาขาที่เหลือ พลเมืองที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละกลุ่มจะได้รับใบสมัคร และการคัดเลือกขั้นสุดท้ายจะทำผ่านการตรวจเอกสาร จำนวนผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 200 คน โดยแต่ละสาขามีประมาณ 50 คน ระยะเวลารับสมัครทั้ง 3 สาขาที่จะคัดเลือกผ่านการคัดกรองเอกสาร ถึงวันที่ 25 กรกฎาคม คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของ Gyeonggi Women's Vision Center (https://www.gg.go.kr/woman) และส่งไปยังบุคคลที่รับผิดชอบทางอีเมลหรือสมัครทางออนไลน์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อศูนย์วิสัยทัศน์สตรีคยองกี (031-808-8013) การศึกษาลักษณะนิสัยสำหรับผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครอง จังหวัดคยองกีจะดำเนินการศึกษาลักษณะนิสัย 'พ่อแม่ที่แท้จริงคยองกี-โด' สำหรับผู้ปกครองและผู้ปกครองที่คาดหวังในจังหวัดจนถึงเดือนกันยายน การศึกษานี้ซึ่งจัดโดยศูนย์ดูแลเด็กตอนเหนือของคยองกีโดจะจัดขึ้นที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก 18 แห่งในฮวาซอง และซีฮึงในจังหวัดผ่านแพลตฟอร์มการประชุมทางวิดีโอที่เรียกว่าซูม(zoom)  อย่างไรก็ตาม ศูนย์รับเลี้ยงเด็กบางแห่งยังมีการศึกษาแบบตัวต่อตัว การศึกษาคือ หน้าที่ของพ่อแม่▲ ความเข้าใจของเด็ก (อุปนิสัยและความผูกพัน)▲ ประกอบด้วยการบรรยายทั้งหมด 3 ครั้ง รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก (การแนะแนวพฤติกรรมปัญหา) ระยะเวลาการฝึกอบรมต่อการบรรยายประมาณ 120 นาที การบรรยายที่เริ่มในเดือน พฤษภาคม ของปีนี้จะเริ่มในครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมหลังจากครึ่งแรก (นักเรียน 223 คนเสร็จสมบูรณ์) ผู้ปกครองที่คาดหวังและผู้ปกครองของทารกและเด็กวัยหัดเดินที่ต้องการสมัครเพื่อการศึกษาสามารถสมัครได้หลังจากตรวจสอบตารางการศึกษาที่ศูนย์ดูแลเด็ก 18 แห่งที่กำหนดเป้าหมายเพื่อการศึกษา ในขณะเดียวกัน หลักสูตรคุณสมบัติการศึกษาลักษณะนิสัยของผู้ปกครองที่แท้จริงในคยองกีโดเป็นโครงการใหม่ที่ได้รับเลือกในการประกวดแนวคิดการศึกษาอุปนิสัยสำหรับทารก (ข้อเสนอนโยบาย)
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2021-07-19
  • “ใช้ระบบวีซ่าใหม่เพื่อประกันแรงงานต่างชาติที่ยอดเยี่ยม”
    <사진 기획재정부> <한국어 http://www.danews.kr/news/view.php?no=6487>   รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะลดอุปสรรคในการเข้าประเทศ เช่น การออกวีซ่า เพื่อให้ผู้มีความสามารถจากต่างประเทศที่ยอดเยี่ยมสามารถตั้งรกรากในเกาหลีและมีส่วนร่วมในสาขาเฉพาะทาง นอกจากนี้ เป้าหมายของการ์ดการเรียนรู้แห่งชาติในวันพรุ่งนี้จะขยายออกไปเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถพัฒนาความสามารถในการทำงานเมื่อจำเป็น เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม  Hong Nam-ki ได้รับตำแหน่งรัฐบาลเป็นประธานรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์และการเงินที่ศูนย์ราชการกรุงโซล 'ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และ ทิศทางการตอบสนอง' และ 'มาตรการใช้แรงงานต่างด้าวในยุคที่ประชากรลดลง' หารือและประกาศมาตรการรับมืออย่างเข้มข้น รัฐบาลคาดการณ์ว่าความเสี่ยงด้านประชากรหลัก 3 ประการจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ ได้แก่ การลดลงของจำนวนประชากร การสูญพันธุ์ในภูมิภาค และสังคมสูงวัยที่กำลังใกล้เข้ามา ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงหลัก 3 ประการจึงคาดว่าจะทำให้เกิดความตกใจครั้งใหญ่โดยทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของเกาหลี โดยเน้นถึงความสำคัญของการตอบสนองแบบเอารัดเอาเปรียบ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประการแรกรัฐบาลกลัวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะซบเซาเนื่องจากศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจเกาหลีอ่อนแอลงเมื่อ ประชากรวัยทำงานลดลง และสิ่งนี้ทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจัดหาแรงงาน ดังนั้นจึงมีการตัดสินใจที่จะขยายการมีส่วนร่วมของผู้หญิงและผู้สูงอายุในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและลดอุปสรรคในการเข้าประเทศเพื่อให้กำลังคนต่างชาติที่ดีเยี่ยมสามารถไหลเข้าสู่เกาหลีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทบทวนการขยายเวลาเรียนชั้นประถมศึกษาเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถดูแลบุตรหลานของตนที่โรงเรียนได้นานเท่าที่ต้องการ และขยาย 'บริการครบวงจรสำหรับการดูแลตลอดวัน' เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเลือกและ ใช้บริการดูแลที่พวกเขาต้องการที่บ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลครอบครัวที่มีเด็กประถมโดยการปรับปรุงบริการดูแลที่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับชั่วโมงเรียนปกติที่สั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ปกครอง โดยจะพิจารณาขยายชั่วโมงการศึกษาด้วย เช่น การเสริมทักษะทางวิชาการขั้นพื้นฐาน ศิลปะการแสดง และกิจกรรมกีฬาหลังเลิกเรียน และการเล่นฟรี ขยายระบบวีซ่าแรงงานต่างด้าว เพื่อกระตุ้นการไหลเข้าของพรสวรรค์จากต่างประเทศเข้าสู่เกาหลีเพื่อตอบสนองต่อการลดลงของกำลังแรงงาน การออกวีซ่าที่อยู่อาศัย (F-2) สำหรับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะขยายออกและวีซ่าทำงานระยะไกลสำหรับความสามารถต่างประเทศที่มีไอที และ จะมีการขยายเทคโนโลยีไฮเทคที่ตรงตามข้อกำหนดบางประการ จึงตัดสินใจอนุญาตให้พำนักระยะยาวในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการตัดสินใจที่จะแนะนำวิธีการเชิงลบสำหรับการออกวีซ่าทำงานในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดี เป็นการขยายระยะเวลาการออกวีซ่าโดยเปลี่ยนจากวิธีการกำหนดผู้ได้รับอนุญาตให้ออกวีซ่า (วิธีบวก) เป็นวิธีการออกวีซ่าสำหรับวีซ่าทุกประเภทหากไม่ได้รับการยกเว้น (วิธีเชิงลบ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานต่างด้าวที่ทำงานมาเป็นเวลานานในบริษัทในประเทศที่มีวีซ่าการจ้างงานที่ไม่ใช่อาชีพ (E-9) และวีซ่าเยี่ยมเยียน (H-2) มีสิทธิ์ได้รับการพำนักระยะยาวหากพวกเขามีรายได้ต่อปีและมีความสามารถทางเทคนิค . มีการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนคุณสมบัติเป็น '-4)' คาดว่าจะง่ายขึ้นมากสำหรับแรงงานต่างชาติที่ไม่ใช่มืออาชีพในการเปลี่ยนวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีทักษะ รัฐบาลยังได้ตัดสินใจที่จะส่งเสริมโครงการนำร่องวีซ่าเฉพาะภูมิภาคเพื่อเสริมกำลังแรงงานของรัฐบาลท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการลดลงของจำนวนประชากรในท้องถิ่น
    • ภาษาไทย
    • วีซ่า
    2021-07-19

실시간 ภาษาไทย 기사

  • ผู้อาศัยชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในครั้งนี้, รับเงินชดเชยจากประกัน
    ในเกาหลีเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับความเสียหายอย่างมากเนื่องจากฝนตกหนัก อย่างไรก็ตามมีคนไม่มากที่รู้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ทั่วประเทศได้ซื้อประกันความปลอดภัยเพื่อชดเชยให้กับพลเมืองที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ฯลฯ  <รูปภาพ = แมอิลคยองเจ> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง, ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ไม่เพียงแต่ชาวเกาหลีเท่านั้นแต่รวมถึงชาวต่างชาติด้วยจะได้เข้าร่วมโดย อัตโนมัติและสามารถรับค่าชดเชยได้ การประกันความปลอดภัยครอบคลุมด้านต่อไปนี้ ▲การเสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ▲การเสียชีวิตจากการระเบิด, ไฟไหม้, การพังทลาย, ดินถล่ม ▲การบาดเจ็บและเสียชีวิตขณะใช้บริการจากการขนส่งสาธารณะ ▲อุบัติเหตุการจราจรในเขตโรงเรียน ▲การบาดเจ็บและ เสียชีวิตจากการโจรกรรม ▲อุบัติเหตุการจมน้ำเสียชีวิต ▲อุบัติเหตุจากเครื่องจักรการเกษตร ▲ อาชญากรรมรุนแรง ▲อุบัติเหตุจาก แก๊ส ฯลฯ ซึ่งรวมอุบัติเหตุส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลท้องถิ่นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมแก่ ▲ผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศ ▲การบาดเจ็บจากความรุนแรงทางเพศ เงินประกันที่จ่ายจะครอบคลุมถึง 20 ล้าน - 50 ล้านวอน ในกรณีเสียชีวิต และสูงถึง 20 ล้านวอน ขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่รักษา ค่าชดเชยเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง แต่ชาวเกาหลีหรือชาวต่างชาติต้องสมัครเองโดยตรง การสมัครสามารถทำได้โดยโทรสอบถาม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ในกรณีของชาวจินชอนกุน ชุงบุก เมื่อปีที่แล้วได้รับเงินชดเชย 56 ล้านวอน ใน 3 กรณี ได้แก่ การเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ, การเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุเครื่องจักรการเกษตร, การเสียชีวิตจากการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เป็นต้น นักข่าว อี จีอึน
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-08-11
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17 แห่งทั่วประเทศ จ่ายเงินช่วยเหลือจากภัยพิบัติ 100,000 วอน - 1 ล้านวอน
    ในบรรดาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 17 แห่ง ที่ได้รับสมัครเงินช่วยเหลือจากภัยพิบัติในเดือนสิงหาคม จอนนัม เมืองกวางยาง เป็นสถานที่ที่ โดดเด่นที่สุด เมืองกวางยางซึ่งกำลังเปิดรับสมัครเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม จะมอบเงินช่วยเหลือจากภัยพิบัติจำนวน 300,000 วอนต่อคน ให้กับผู้อาศัยชาวต่างชาติทุกคนที่มีที่อยู่ในเมืองกวางยาง เยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปี จะได้รับเงินจำนวน 700,000 วอน แม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ จะให้เงินช่วยเหลือจากภัยพิบัติแก่ผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสและผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรเท่านั้น แต่ก็น่ายกย่อง ที่เมืองกวางยางตัดสินใจจ่ายเงินให้แก่ชาวต่างชาติทุกคน  
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-08-10
  • “ผลักดันแรงงานชาวต่างชาติเข้าประเทศด่วน 42,000 คน... ขยายจำนวนการจัดสรรจำนวนคนภายในเดือนนี้”
    ชู คยองโฮ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุทธศาสตร์และการคลัง ประกาศว่าจะมีการผลักดันการเข้าประเทศของแรงงาน ชาวต่างชาติอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และจะมีการจัดตั้งโควตา(การจัดสรรจำนวนคน) แยกสำหรับแรงงานชาวต่างชาติสำหรับอุตสาหกรรมการต่อเรือ <รูปภาพ = กระทรวงยุทธศาสตร์และการคลัง> ข้อสังเกตนี้เป็นมาตรการที่ประกันว่าการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีชูกล่าวในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจฉุกเฉินที่จัดขึ้นที่ศูนย์ราชการในกรุงโซลเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ว่า “ตัวชี้วัดการจ้างงาน เชิงปริมาณเมื่อเร็วๆ นี้ เช่น จำนวนคนมีงานทำและอัตราการจ้างงานโดยทั่วไปถือว่าดี แต่โรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งร้องเรียนเรื่องการขาด แคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม” รองนายกรัฐมนตรี ชู กล่าวว่า “จำนวนงานว่างที่บริษัทต้องการจ้างแต่ไม่ได้รับการเติมเต็มคือ 224,000 คน ในบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 300 คน ซึ่งสถานการณ์ ความยากลำบากในอุตสาหกรรมการผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมกำลังทวีความรุนแรงขึ้น” และชี้ว่า “โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในอุตสาหกรรม การต่อเรือที่รายได้ปรับตัวดีขึ้น การขาดแคลนกำลังคนในการผลิตนั้นเลวร้ายลงจากช่วงครึ่งหลังของปี” เขากล่าวว่า “รัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันเพื่อไม่ให้การขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจ” และเผยว่า “มาตรการจะดำเนินการเพื่อให้แรงงานชาวต่างชาติ 42,000 คน ที่ยังไม่ได้เข้าประเทศ (ครึ่งแรกของปี 2020-2022) และแรงงาน 21,000 คน ที่ได้รับการจัดสรรในช่วงครึ่งหลังของปีสามารถเข้าประเทศเกาหลีได้อย่างรวดเร็ว” นอกจากนี้ เขากล่าวด้วยว่า “สำหรับอุตสาหกรรมที่มีความต้องการเพิ่มเติม โควต้าสำหรับปีนี้จะเพิ่มขึ้นในระหว่างเดือนสิงหาคม และโควต้า สำหรับปีหน้าจะได้รับการยืนยันโดยเร็วที่สุดในปีนี้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขากล่าวว่า “เพื่อตอบสนองต่อปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะในอุตสาหกรรมต่อเรือ เริ่มในเดือนกันยายน จะมีการนำเข้าแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญชาวต่างชาติมากถึง 9,000 คน เช่น ช่างเชื่อมและช่างทาสี” และ “จะมีการจัดตั้งโควตาแยกต่างหาก สำหรับอุตสาหกรรมการต่อเรือสำหรับแรงงานที่มีทักษะ (วีซ่า E-9 → วีซ่า E-7) ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 2,000 คน” และจำนวนชาวต่างชาติ ที่ได้รับวีซ่า E-7-4 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต นักข่าว อี จีอึน
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-08-09
  • นำเข้าระบบใบอนุญาตการเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังเกาะเจจูเพื่อป้องกันการพำนักอย่างผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ
    กระทรวงยุติธรรมได้ตัดสินใจที่จะป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติที่พำนักอย่างผิดกฎหมายเข้าเกาหลีโดยอ้อมไปยังเกาะเจจูซึ่งสามารถเข้าประเทศ ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า กระทรวงยุติธรรมประกาศเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมว่าจะส่งเสริมการนำเข้าระบบอนุญาตการเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (K-ETA) ในเกาะเจจูด้วย เช่นกัน ระบบอนุมัติการเดินทางทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นระบบที่กำหนดให้พลเมืองของประเทศที่ปลอดวีซ่า 112 ประเทศต้องได้รับการอนุมัติการเดินทางก่อนออกเดินทางจากท้องถิ่น เมื่อรัฐบาลเปิดตัวระบบอนุญาตการเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์เมื่อวันที่ 1 กันยายนปีที่แล้ว รัฐบาลได้ยกเว้นการใช้ระบบอนุญาตการเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์โดยพิจารณาถึงลักษณะของเกาะเจจูซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการนี้ มีบางกรณีที่ชาวต่างชาติที่เข้ามาโดยไม่มีวีซ่าย้ายเข้ามาในประเทศและกลายเป็นผู้พำนักอย่างผิดกฎหมาย กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า “มีความกังวลเกี่ยวกับความไม่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปเนื่องจากการขอใบอนุญาตการเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์” และเผยว่า “นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปจะได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติภายใน 30 นาทีหลังการสมัครหากได้รับอนุญาตขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองจะง่ายขึ้นเช่นการยกเว้นจากการกรอกแบบฟอร์มการเข้าเมืองหลังจากมาถึงและใช้ห้องคัดกรองเฉพาะดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในการดึงดูดนักท่องเที่ยวตามปกติ” กระทรวงยุติธรรมคาดหวังว่าหากระบบใบอนุญาตการเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำไปใช้กับเกาะเจจู จะสามารถระบุได้ว่าชาวต่างชาติ ที่เข้าสู่เกาะเจจูกำลังเดินทางเข้าประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ในการจ้างงานที่ผิดกฎหมายหรือว่าเป็นอาชญากร ผ่านระบบการอนุมัติการเดินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ชาวต่างชาติที่ต้องสงสัยในส่วนนี้จะถูกห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ฮัน ดงฮุนกล่าวว่า“เราจะเสริมความแข็งแกร่งในการจัดการชายแดนเช่นการส่งเสริมการเข้าประเทศอย่างถูกกฎหมายของชาวต่างชาติโดยทำให้ขั้นตอนง่ายขึ้นมากที่สุดในขณะที่ปิดกั้นความพยายามในการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด” Reporter Hasung Song
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-08-08
  • การตรวจโควิด 19 และการรักษาแบบเผชิญหน้าสำหรับผู้ติดเชื้อ, รวมถึงใบสั่งยาสำหรับการรักษาแบบรับประทานแก้ปัญหาได้ในครั้งเดียว
    รัฐบาลเกาหลีประกาศเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าได้กำหนดสถาบันตรวจและรักษาโรคแบบครบวงจร 9,314 แห่ง เพื่อให้ผู้ที่มีอาการ ระบบทางเดินหายใจสามารถรับการทดสอบ, ตรวจและรักษาโรค, และการรักษาพร้อมกันได้ที่โรงพยาบาลท้องถิ่นและคลินิกสำหรับการรักษา โควิด รัฐบาลมีแผนเปิดสถาบันตรวจและรักษาโรคโควิด19 แบบครบวงจร จำนวน 10,000 แห่ง เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโควิดที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น รัฐบาลเกาหลีจึงได้ยืนยันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโควิดอีกครั้งในเดือนสิงหาคม <รูปภาพ=ข่าว KBS> ◆ รับประกันสถาบันตรวจและรักษาโรคแบบครบวงจร รัฐบาลกำลังขยายการเข้าถึงสถาบันทางการแพทย์โดยเพิ่มจำนวนสถาบันตรวจและรักษาโรคแบบครบวงจรโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 10,000 แห่ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดอีกครั้งของโควิด 19 และป้องกันไม่ให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว สถาบันตรวจและรักษาโรคแบบครบวงจรเป็นศูนย์การรักษาผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจที่รวมการทดสอบสำหรับโควิด19, ใบสั่งยาสำหรับ การรักษาแบบรับประทาน, การรักษาแบบเผชิญหน้าสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน โดยในวันที่ 2 ที่ผ่านมา มีศูนย์รักษาผู้ป่วยระบบทาง เดินหายใจ 13,593 แห่ง และสถาบันตรวจและรักษาโรคแบบครบวงจร 9,314 แห่ง นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้ศูนย์การรักษาผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจที่กำหนดในแต่ละเมืองและจังหวัด กำหนดยารักษาโรคในช่องปาก และทำการรักษาแบบเผชิญหน้า ◆ แนะนำการปรับโครงสร้างการรักษาตัวที่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 รัฐบาลปฏิรูประบบการรักษาตัวที่บ้านเพื่อไม่ให้ผู้ที่รักษาตัวที่บ้านถูกแยกออกจากกลุ่มผู้ป่วยหนักและกลุ่มการจัดการทั่วไป แต่ได้รับการรักษาแบบเผชิญหน้าทันทีหากมีอาการ นี่เป็นมาตรการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการตอบสนองทางการแพทย์เพื่อรับการรักษาในระยะแรก ผ่านการรักษาแบบเผชิญหน้า อย่างรวดเร็วหากมีอาการ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงเสริมสร้างแนวทางเพื่อให้ทุกคนสามารถค้นหาสถาบันตรวจและรักษาโรคแบบครบวงจรที่ให้ บริการทางการแพทย์แบบเผชิญหน้าได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามารถค้นหา “สถาบันตรวจและรักษาโรคแบบครบวงจร” ของศูนย์การรักษาผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ เพื่อทำการ ตรวจและสั่งยาอย่างรวดเร็วบนพอร์ทัลไซต์ (ncov.mohw.go.kr) และแผนที่ความปลอดภัยในการใช้ชีวิต นอกจากนี้ศูนย์สาธารณสุขและ คลินิกตรวจคัดกรองยังแจกจ่ายประกาศที่มีรายชื่อของสถาบันทางการแพทย์อีกด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้จุดบอดเกิดขึ้นแม้ในเวลากลางคืนและในวันหยุดราชการ ศูนย์ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ 172 แห่ง ยังคงดำเนินการให้ การรักษาแบบงดการเผชิญหน้าตลอด 24 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย   การบรรยายสรุปนโยบาย (www.korea.kr), เรียบเรียงโดย นักข่าว อี จีอึน
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-08-05
  • บุตรของครอบครัวพหุวัฒนธรรมที่ประสบปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนเกาหลี, มีมากน้อยเพียงใด?
    <คำถาม> ดิฉันเป็นผู้ย้ายถิ่นจากการสมรสที่มีวีซ่า F-6 ลูกของดิฉันกำลังจะเข้าโรงเรียนประถมปีหน้า ดิฉันสงสัยเกี่ยวกับความรุนแรง ในโรงเรียนเกาหลี หากดูข่าวในทีวี มักจะเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนและการเลือกปฏิบัติ ดังนั้นในฐานะพ่อแม่ดิฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย ดิฉันได้ยิน เรื่องราวที่คล้ายกันมากมายจากแม่ของครอบครัวพหุวัฒนธรรมรอบตัวดิฉัน ดิฉันอยากทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และจะรับมืออย่างไร <รูปภาพนี้เป็นฉากของการศึกษาพัฒนาความตระหนักรู้พหุวัฒนธรรมในโรงเรียนประถมศึกษา. Papaya Story>   <คำตอบ> ตาม “การสำรวจความรุนแรงในโรงเรียนครั้งที่ 1 ในปี 2021” ที่เผยแพร่โดยสำนักงานการศึกษาจังหวัดคยองกี อัตราการให้ คำตอบต่อความรุนแรงในโรงเรียนอยู่ที่ 0.9% อัตราการตอบสนองต่อความเสียหายของทั่วประเทศคือ 1.1% อัตราการตอบสนองต่อความเสียหายตามระดับโรงเรียนคือ 2.3% สำหรับโรงเรียนประถม, 0.4% สำหรับโรงเรียนมัธยมต้น และ 0.2% สำหรับโรงเรียนมัธยมปลาย, ประเภทของความเสียหาย ได้แก่ ความรุนแรงทางวาจา (41.9%), การกลั่นแกล้ง (14.3%), ความรุนแรง ทางร่างกาย (11.8%), ความรุนแรงทางอินเทอร์เน็ต (11.1%), และการสะกดรอยตาม (6.5%) ตามลำดับ การสำรวจนี้เข้าร่วมโดยนักเรียน 942,000 คน ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 ในจังหวัดคยองกี ปัญหาคือบุตรจากครอบครัวพหุวัฒนธรรมมีประสบการณ์เกี่ยวกับความรุนแรงในโรงเรียนมากกว่า ตามประกาศของสถาบันพัฒนาการศึกษาแห่งเกาหลี อัตราการตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในโรงเรียนในหมู่นักเรียนจากครอบครัว พหุวัฒนธรรม อยู่ที่ 8.2% ณ ปี 2018 ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่า 1.3% ของนักเรียนทั้งหมดในปีเดียวกันมาก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2019 ). ประเภทหลักของความเสียหาย ได้แก่ “ความรุนแรงทางวาจา” (61.9%), “การกลั่นแกล้ง” (33.4%) และ “คำหยาบคายและใส่ร้ายผ่าน การแชททางอินเทอร์เน็ต, อีเมล, และโทรศัพท์มือถือ” 11.4% ตามลำดับ แบบสำรวจนี้เพียงอย่างเดียวแสดงให้เห็นว่าข้อกังวลของผู้ถามมีเหตุผล อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ของรัฐบาลและโรงเรียนของเกาหลีตอบสนองต่อความรุนแรงในโรงเรียนอย่างด่วนและรวดเร็ว ดังที่ท่านเห็นจากการสำรวจค้นหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเด็กกว่า 1 ล้านคนจากทั่วประเทศทุกปี รัฐบาลเกาหลีกำลังให้ความสำคัญ กับประเด็นนี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีระบบสนับสนุนนักเรียนที่เคยถูกรังแกในโรงเรียนอีกด้วย โรงเรียนทุกแห่งมี “คณะกรรมการต่อต้านความรุนแรงในโรงเรียน” ซึ่งมุ่งมั่นที่จะขอโทษและป้องกันไม่ให้ผู้กระทำความผิดใช้ความรุนแรง ในโรงเรียนเกิดขึ้นอีกในสถานศึกษา เช่นเดียวกับการดำเนินการทางวินัยและการฟื้นฟูผู้ได้รับความเสียหาย ดังนั้นการตระหนักรู้ถึงความรุนแรงในโรงเรียนของเด็กจึงเพิ่มขึ้น จากการสำรวจโดยสำนักงานการศึกษาจังหวัดคยองกี พฤติกรรมเชิงบวกของเด็กที่เห็นความรุนแรงในโรงเรียนคือ 69.3%, การปลอบโยนและ ช่วยเหลือเพื่อนที่ตกเป็นเหยื่อ (33.6%), การห้ามปราบเพื่อนที่ทุบตีหรือรังแก (18.6%), แจ้งหรือรายงานต่อผู้ปกครอง ครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฯลฯ (17.1%) ตามลำดับ เมื่อความรุนแรงในโรงเรียนเกิดขึ้นกับลูก ควรบอกลูกว่าอย่าลืมแจ้งให้แม่หรือครูทราบ และหากผู้ปกครองตอบสนองอย่างแข็งขันในระยะแรก ความเสียหายก็สามารถป้องกันได้    Papaya Story  
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-07-29
  • ครอบครัวพหุวัฒนธรรมสร้างนโยบายของตนเองสำหรับครอบครัวพหุวัฒนธรรมในเกาหลี
    เมื่อเป็นคณะกรรมการการประชุมแบบมีส่วนร่วมของครอบครัวพหุวัฒนธรรม ท่านสามารถเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น การนำเสนอ ความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายและโครงการของครอบครัวพหุวัฒนธรรม และเสนอแนะแนวคิดเกี่ยวกับนโยบายใหม่ แนวคิดเชิงนโยบายที่เสนอโดยครอบครัวพหุวัฒนธรรมโดยตรงในการประชุมแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ “แผนพื้นฐานฉบับที่ 3 สำหรับครอบครัว พหุวัฒนธรรม” และแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง, “มาตรการสำหรับการรวมครอบครัวพหุวัฒนธรรม” และ “แผนการสนับสนุนแบบรวม สำหรับเด็กของครอบครัวหลากวัฒนธรรมในวัยเรียน” ฯลฯ ถูกใช้เพื่อสร้างนโยบายครอบครัวพหุวัฒนธรรมที่ได้รับการส่งเสริมเมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงความเท่าเทียมทางเพศสตรีและครอบครัวจะคัดเลือกคะกรรมการทั้งหมด 20 คน โดยพิจารณาจากความเชี่ยวชาญในนโยบาย ครอบครัวพหุวัฒนธรรม, ความเต็มใจที่จะมีส่วนร่วม, ประเทศต้นกำเนิด, และภูมิภาคที่พำนักอย่างครอบคลุม  
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-07-28
  • เกาหลี, บังคับใช้นโยบายวีซ่าใหม่ตามภูมิภาค… โอกาสใหม่สำหรับผู้อพยพ
    รัฐบาลเกาหลีเริ่มนโยบายรับชาวต่างชาติเข้ามาในพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรลดลง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสูญสลายของท้องถิ่น อันเนื่องมาจากจำนวนประชากรที่ลดลง <รูปภาพคือแรงงานชาวต่างชาติที่เข้ารับการตรวจโควิด. ดัมยางกุน> หากใช้นโยบายนี้ ภูมิภาคจะมีโอกาสก้าวกระโดดครั้งใหม่โดยการรักษาจำนวนประชากร และคาดว่าผู้อาศัยชาวต่างชาติจะได้รับประโยชน์ ทั้งสองอย่างจากสถานะการพำนักและงานที่มั่นคงในเกาหลี กระทรวงยุติธรรมกำลังเริ่มระบบ “วีซ่าเฉพาะภูมิภาค” ซึ่งออกวีซ่าที่สะท้อนถึงลักษณะและความต้องการของรัฐบาลท้องถิ่น ทั้งนี้เพื่อ ตอบสนองต่อการลดลงของประชากรในท้องถิ่น อันเนื่องมาจากอัตราการเกิดต่ำและการสูงวัยของประชากร รวมทั้งความเข้มข้นของ ประชากรในเขตปริมณฑล ด้วยการส่งเสริมนโยบายการขอวีซ่าที่สะท้อนความต้องการในท้องถิ่น กระทรวงยุติธรรมยอมรับการเรียกร้องอย่างเปิดเผยสำหรับการเลือกรัฐบาลท้องถิ่นที่เข้าร่วมในโครงการนำร่อง ก่อนที่จะมีการจัดตั้ง วีซ่าเฉพาะภูมิภาค เป้าหมายของโครงการนำร่องคือภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรลดลง 89 แห่ง ที่กำหนดโดยกระทรวงความมั่นคงและ การบริหารรัฐกิจในปีที่แล้ว และหมดเขตสมัคร วันที่ 19 กรกฎาคม โครงการนำร่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้ามาตั้งถิ่นฐานในภูมิภาคที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรม, มหาวิทยาลัย, และงานใน ภูมิภาคที่มีประชากรลดลง รวมทั้งขยายจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยของรัฐบาลท้องถิ่น, ส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และปราบปราม การไหลออกของประชากร โดยจะเริ่มดำเนินการเป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพระราชบัญญัติพิเศษว่าด้วย การสนับสนุนพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า โครงการนำร่องมุ่งเป้าไปที่บุคลากรที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในท้องถิ่นและครอบครัวของชาวเกาหลีโพ้นทะเล ชาวต่างชาติที่มี คุณสมบัติตามข้อกำหนดเฉพาะของภูมิภาคจะได้รับวีซ่าพำนัก (F-2) และชาวเกาหลีโพ้นทะเล (F-4) ตามเงื่อนไขการพำนักและ การจ้างงานในช่วงระยะเวลาหนึ่งในภูมิภาค และหากละเมิดข้อกำหนดการอยู่อาศัยภาคบังคับ วีซ่าจะถูกเพิกถอน ในกรณีของบุคลากรที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในท้องถิ่น พวกเขาต้องมีความรู้พื้นฐานภาษาเกาหลีและมีรายได้ต่อหัว 70% ขึ้นไปของ GNI (รายได้รวมประชาชาติ) (28.33 ล้านวอนในปี 2021) หรือต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป วีซ่าจะออกให้โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องได้รับการยืนยันการจ้างงานในภูมิภาคที่มีประชากรลดลงและอาศัยอยู่ในพื้นที่ 5 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับ ถิ่นที่อยู่ตามที่ภูมิภาคกำหนด เช่น กลุ่มอาชีพและสัญชาติ เป็นต้น ครอบครัวชาวเกาหลีโพ้นทะเล ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้แก่ ชาวเกาหลีโพ้นทะเลที่มีสัญชาติต่างประเทศที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคที่มีประชากรลดลง 2 ปีขึ้นไป หรือครอบครัวชาวเกาหลีโพ้นทะเลที่ย้ายถิ่นไปยังภูมิภาคที่มีประชากรลดลง, ครอบครัวชาวเกาหลีโพ้นทะเลที่ยังใหม่ต่อสาธารณรัฐ เกาหลี และต้องการตั้งถิ่นฐานในภูมิภาคที่มีประชากรลดลง ตามพระราชบัญญัติชาวเกาหลีโพ้นทะเล ชาวเกาหลีโพ้นทะเลที่มีสัญชาติ ต่างประเทศคือ บุคคลที่ได้รับสัญชาติเกาหลีและได้รับสัญชาติต่างประเทศ หรือบุคคลที่ได้รับสัญชาติต่างประเทศในฐานะทายาทสายตรง ของชาวเกาหลี วีซ่าชาวเกาหลีโพ้นทะเล (F-4) จะออกให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาค 2 ปีขึ้นไป และพวกเขายังสามารถทำงานในภูมิภาคที่มีประชากรลดลง รัฐบาลท้องถิ่นควรกำหนดนโยบายเพื่อสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานของครอบครัวชาวเกาหลีโพ้นทะเล เช่น ที่อยู่อาศัยหรือการเริ่มต้นธุรกิจ, การศึกษาของบุตร ความคาดหวังสำหรับนโยบายวีซ่าชาวต่างชาติใหม่ขึ้นอยู่กับภูมิภาค นักข่าว ซง ฮาซอง
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-07-27
  • การปฏิรูประบบบริษัทจัดหางานแบบมีค่าธรรมเนียมที่ผู้อาศัยชาวต่างชาติมักใช้งาน, อยู่ไม่ไกล
    ผู้อาศัยชาวต่างชาติจำนวนมากที่ทำงานในเกาหลีใช้บริษัทจัดหางานแบบมีค่าธรรมเนียมและบริษัทเอาท์ซอร์สเพื่อหางานทำ นอกจากนี้ชาวต่างชาติจำนวนมากได้รับบริการจัดหางานอย่างผิดกฎหมายผ่านคนรู้จัก การใช้บริษัทจัดหางานเป็นเรื่องถูกกฎหมาย แต่การให้บริการบริษัทจัดหางานที่ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเกาหลีถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย <นายกรัฐมนตรี ฮัน ด็อกซู เยี่ยมเยียนตลาดแรงงานในช่วงเช้าของเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว. สำนักนายกรัฐมนตรี> ดังนั้นจึงมีหลายเสียงที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบบริษัทจัดหางานแบบมีค่าธรรมเนียมในเกาหลี เราได้สรุปปัญหาของบริษัทจัดหางานซึ่ง ถูกชี้ให้เห็นโดย ‘ฮันกุกอิลโบ’ หนังสือพิมพ์รายวันของเกาหลีเมื่อเร็วๆนี้ ค่าธรรมเนียมที่บริษัทจัดหางานสามารถรับได้จากผู้หางานคือ 1% ของเงินเดือน เป็นเวลาสูงสุด 3 เดือน และค่าธรรมเนียมที่ผู้จ้างงาน(บริษัท) สามารถรับได้คือ 10% สำหรับแรงงานก่อสร้างรายวัน และอื่นๆ น้อยกว่า 30% เป็นการส่งต่อค่าธรรมเนียมที่ผู้จ้างงาน(บริษัท)ต้องจ่ายให้กับผู้หางาน ก็เหมือนกับการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน ‚ ค่าจ้าง ‘จ่ายเงินผ่านตัวแทน’ อย่างไรก็ตาม ในพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานของเกาหลี มีหลักการจ่ายค่าจ้างโดยตรงที่เรียกว่า “ค่าจ้างจะต้องจ่ายให้กับแรงงาน โดยตรงในสกุลเงินเต็มจำนวน” ƒ หลักปฏิบัติที่ไม่เซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร กระทรวงการจ้างงานและแรงงานระบุในประกาศว่า “ค่าธรรมเนียมการแนะนำต้องเป็นไปตามสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ลงนามกับ ผู้หางานล่วงหน้า และเมื่อค่าธรรมเนียมการส่งต่อที่ผู้จัดหาต้องรับผิดชอบถูกหักออกจากค่าจ้างของแรงงาน จะต้องได้รับ ‘เอกสารยินยอม ให้เก็บค่าธรรมเนียมการแนะนำ’ ” อย่างไรก็ตาม ไม่มีบทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด บริษัทจัดหางานสามารถดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่ความจริงที่ว่ามีบริษัทจัดหางานที่ “ไม่มีใบอนุญาต” เป็นจำนวนมาก ก็เป็นสาเหตุของการเบี่ยงเบนเช่นกัน ในการสำรวจที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคชุงนัมในปี 2019 พบว่าบริษัทจัดหางานจำนวน 84.7% ที่ลงประกาศ รับสมัครงานถูกพบว่าเป็นบริษัทจัดหางานผิดกฎหมายที่ไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจัดหางานที่ไม่มีใบอนุญาต ดังกล่าวจะกระทำการที่ผิดกฎหมาย เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการแนะนำที่มากเกินไป การปราบปรามบริษัทจัดหางานจึงมีความจำเป็น เช่นกัน แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่นจะปราบปรามบริษัทจัดหางานหรือบุคคลที่ผิดกฎหมาย แต่จำนวนการแสวงประโยชน์ชั่วคราวที่กระทำโดยแรงงาน ก็ไม่กลับมา วิธีเดียวที่จะได้สิ่งนี้คือการยื่นฟ้องทางแพ่ง ไม่มีคนโง่ที่จะฟ้องคดีแพ่งเพื่อรับค่าธรรมเนียม 50,000 ถึง 200,000 วอนคืน การใช้บริการเหล่านี้และจ่ายค่าจ้าง 10% เป็นการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน แต่ชาวต่างชาติจำนวนมากไม่ทราบเรื่องนี้ ผู้อาศัยชาวต่างชาติยังต้องเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น การใช้ข้อมูลการจ้างงาน ของ Papaya Story   นักข่าว อี จีอึน
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-07-26
  • เริ่มตั้งแต่ปีหน้า แรงงานที่มีเงินเดือนประจำปี 30 ล้านวอน จ่ายภาษีน้อยลง 80,000 วอน
    รัฐบาลเกาหลีคาดว่าจะลดภาระภาษีเงินได้ของพนักงานสำนักงานได้ถึง 800,000 วอน จากปีหน้าโดยการเปลี่ยนระบบภาษีเงินได้ <รูปภาพ=ข้าราชการประกาศแผนปฏิรูปภาษี. กระทรวงยุทธศาสตร์และการคลัง> ตามแผนปฏิรูปภาษีที่ประกาศโดยกระทรวงยุทธศาสตร์และการคลังเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ผู้ที่มีเงินเดือน 30 ล้านวอนต่อปีจะได้รับ ผลประโยชน์จากการเสียภาษีน้อยลง 80,000 วอน ส่วนผู้ที่มีเงินเดือนประจำปี 70 ล้านวอน จะได้รับผลประโยชน์ 180,000 วอน วอน และผู้ที่มีเงินเดือนประจำปี 70-78 ล้านวอน จะได้รับผลประโยชน์ 540,000 วอน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีเงินเดือนประจำปีเกิน 120 ล้านวอน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลง 240,000 วอน เพื่อป้องกันมิให้ผู้มีรายได้สูง ได้รับประโยชน์มากเกินไป นอกจากการปฏิรูปภาษีแล้ว รัฐบาลยังได้ออกนโยบายต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานให้กับแรงงานที่มีรายได้น้อยในการทำงาน ข้อกำหนดด้านทรัพย์สินสำหรับสิ่งจูงใจในการทำงานจึง ผ่อนคลายลง และแรงงานจำนวนมากขึ้นอาจได้รับเงินค่าจ้างเพิ่มขึ้นถึง 10% นอกจากนี้ยังขยายการสนับสนุนด้านภาษีเพื่อการศึกษาและการเลี้ยงดูเด็กอีกด้วย ค่าสมัครสอบในมหาวิทยาลัยและค่าสอบเข้า จะถูกบวกเพิ่มในส่วนของเครดิตภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษา และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผ้าอ้อมเด็กและนมผงสำหรับทารก จะได้รับการยกเว้นอย่างถาวร เพื่อที่จะขยายการสนับสนุนสำหรับครัวเรือนที่มีบุตรหลายคน หากครัวเรือนที่เลี้ยงเด็ก 3 คนขึ้นไป ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซื้อรถยนต์ ภาษีการบริโภคส่วนบุคคลจะได้รับการยกเว้นสูงสุด 3 ล้านวอน นอกจากนี้ จะมีการเสริมแรงจูงใจให้ยกเลิกขีดจำกัดระยะเวลาการใช้อัตราภาษีเดียวสำหรับแรงงานชาวต่างชาติเป็นพิเศษ เพื่อให้แรงงาน ชาวต่างชาติที่ยอดเยี่ยมสามารถไหลเข้าสู่เกาหลีได้ ขยายระยะเวลาลดหย่อนภาษีเงินได้จาก 5 ปี เป็น 10 ปี เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้โดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ     นักข่าว อี จีอึน
    • 한국어
    • 행사
    • ภาษาไทย
    2022-07-25
비밀번호 :